ความหมายทั่วไปของการศึกษา

shutterstock_162439865

การศึกษามีความหมายที่กว้างมากๆ เพราะว่ามีหลายๆคนได้นิยามเอาไว้หลากหลายแบบ แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษานั้นก็คือ การที่มีการส่งผ่านเป้าหมายต่างๆ และส่งผ่านประเพณีค่างๆ ให้ยังคงตกทอดไปเรื่อย ๆจากรุ่นสู่รุ่น แต่หลักๆแล้ว การศึกษา มักจะเกิดมาจากประสบการณ์ต่างๆ ที่ค่อนข้างจะมีผลกระทบในเชิงของการพัฒนาเป็นอย่างมาก เพราะว่าแต่ละคนก็คิดไม่เหมือนกัน แต่ละคนก็อยากที่จะกระทำไม่เหมือนกัน ซึ่งเทคนิคต่างๆแบบเจาะจงที่สุดในเรื่องของการศึกษานั้นก็คือ การที่เกิดกระบวนการต่างๆ หลากหลายประเภท บนสังคมโดยมีการเน้นกระบวนการความรู้เป็นหลัก เน้นกระบวนการพัฒนาทักษะเป็นหลัก เน้นกระบนการจารีตเป็นหลักพร้อมทั้งประเพณีนิยมซึ่งสำคัญมากๆ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ กระบวนการทางสังคม ที่เหมือนเป็นมรดกตกทอด ที่ต้องทำการถ่ายทอดออกมาให้คนรุ่นหลังๆได้เรียนรู้และเข้าใจ จนเกิดเป็นการเรียนการสอนต่างๆ มีสถานที่ศึกษา และในปัจจุบัน ได้มีการแบ่งในส่วนของระดับการศึกษาออกมาเป็นหลายระดับ ดังต่อไปนี้

  1. การศึกษาในระดับปฐมวัย
  2. การศึกษาในระดับประถมศึกษา
  3. การศึกษาในระดับมัธยมศึกษา
  4. การศึกษาในระดับอาชีวศึกษา
  5. การศึกษาในระดับอุดมศึกษา
  6. การศึกษาในระดับฝึกงาน

มีศัพท์บางคำที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆว่า อีดิวเคชั่น ที่ได้มีการพ้องเสียงมาจากภาษาละตินว่า อีดูคาติโอหมายถึงในส่วนของการปรับปรุงและในการอบรม การรับรู้และการฝึก ซึ่งเป็นศัพท์ของการศึกษา ทั้งนี้ในปัจจุบันก็มีการศึกษาที่ได้กำหนดอกมาตั้งแต่พ.ศ. 2542 จำนวน 3 ประเภทตามพระราชบัญญัติคือ

  1. การศึกษาประเภทในระบบ
  2. การศึกษาประเภทนอกระบบ
  3. การศึกษาประเภทตามอัธยาศัย

ภายในประเทศไทย ได้มีการศึกษาที่ได้ออกกฎหมายมาว่า คนไทยทุกคน ต้องทำการเรียนให้จบในส่วนของการศึกษาภาคบังคับทั้งสิ้นตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ โดยสามารถทำการเรียนได้ตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงการศึกษาในส่วนของระดับพื้นฐาน ซึ่งส่วนนี้จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆในการศึกษา และทั้งนี้ ทางกฎหมายก็ยังได้มีการกำหนดออกมาอีกว่า ผู้ปกครอง สามารถสร้างโอกาสให้เด็กๆได้มีการเรียนการสอนแบบโฮมสคูล หรือการเรียนการสอนที่บ้านได้อีกด้วย

DBD E-Filling’ หรือการส่งงบการเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ท

กรมพัฒนาธุรกิจ (หรือกรมพัฒน์) กำลังจะยกเลิกรับงบการเงินในรูปแบบเอกสารตั้งแต่ปี 2559 นี้ โดยจะเปลี่ยนไปใช้ระบบที่เรียกว่า DBD E-Filling หรือการส่งงบการเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ทเลย ดังนั้นอย่าลืมหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติมกันนะครับ โดยสามารถโทร.สายด่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่โทร.1570

shutterstock_275800289

สำหรับบริษัท Express จะเปิดจำหน่ายโปรแกรมสำหรับส่งออกข้อมูลของโปรแกรมบัญชี Express ไปยังระบบ DBD E-Filling ของกรมพัฒน์ ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2559 เป็นต้นไป (โปรดติดตามเงื่อนไขในการอัพเดทที่จะได้แจ้งต่อไป) โดยมีค่าบริการในช่วงแรกนี้เพียง 3,000 บาท (มีวีดีโอสอนการใช้งาน) และจะปรับเพิ่มเป็น 5,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560

แพ็คกระเป๋ายังไงให้พร้อมที่สุดสำหรับการเดินทาง

shutterstock_125928674

              สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวคำนึงถึง คือ  “กระเป๋าเดินทาง”  ว่าจะเลือกใบเล็ก  ใบกลาง ๆ หรือใบใหญ่ดี  ถึงจะเหมาะที่สุด

            โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างเรา ๆ ที่จะให้สำคัญกับการเก็บข้าวของยัดใส่กระเป๋าเป็นอย่างมาก  แตกต่างจากผู้ชายที่มีข้าวของเครื่องใช้เพียงไม่กี่ชิ้น  สาเหตุก็คือ  ผู้หญิงเป็นเพศที่รักสวยรักงาม  ไหนจะเครื่องประทินผิว  ไหนจะเสื้อผ้าอาภรณ์  รองเท้า  นับได้เลยว่ากระเป๋าเดินทางของผู้หญิงส่วนใหญ่เปรียบเสมือนร้านกิ๊ฟช็อป หรือไม่ก็คลังความสวยความงามดีดีนี้เอง  ทีนี้มาดูกันค่ะว่า  เราควรจะแพ็คกระเป๋ายังไงให้พร้อมที่สุดสำหรับการเดินทาง

            –  อันดับแรกเราต้องคำนวณต้องคำนวณดูก่อนว่าเราจะไปกี่วัน  ไปไหนที่ไหนบ้าง  แล้วค่อยเลือกชุดว่าแบบไหนถึงจะดีที่สุด

            –  เลือกชุด  คุณควรจะเลือกชุดที่สามารถใส่ได้หลายโอกาส  บางคนขนไปเยอะอย่างกับจะย้ายบ้าน แต่จริง ๆ ใส่ไม่กี่ชุด

            –  จัดการถ่ายเครื่องสำอาง  เครื่องประทินผิวทั้งหลาย  ใส่ในขวดหรือตลับที่มีขนาดเล็ก  สำหรับครีมหรือโฟมล้างหน้า  ที่เป็นปัญหากันเหลือเกินที่ต้องเดินทาง  แล้วมักทะลักออกมาเปรอะเปื้อนกระเป๋า  แค่หาถุงเล็กที่มีซิปล็อกไปหมดปัญหาแล้วค่ะ  เราจะได้ไม่ต้องขนกระปุกใหญ่ยักษ์ไปตลอดทาง  เพื่อจะได้ประหยัดพื้นที่ภายในกระเป๋าของคุณ  และควรใส่กระเป๋าใบเล็ก ๆ แยกไว้ต่างหากจะได้ดูเป็นสัดส่วน  และหยิบใช้ได้ง่ายมากขึ้น

            –  เตรียมหยูกยาให้พร้อม   ยิ่งสำหรับคนที่มีโรคประจำตัว  หรือร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงด้วยแล้ว  ต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมหยูกยาเป็นอย่างมาก  จะได้ไม่เป็นลมเป็นแล้งกลางทาง  ไม่ต้องเป็นภาระของคนอื่น  และจะได้เที่ยวให้มีความสุขสมใจ

            –  เรื่องของรองเท้า  โดยเฉพาะคุณผู้หญิง  ขอเน้นให้เลือกรองเท้าที่สามารถใส่ได้สบาย ๆ และใส่ได้หลายโอกาส

            –  เครื่องมือสื่อสาร  เป็นสิ่งสำคัญค่ะ  เช็คสายชาร์จให้พร้อม  เผื่อเวลาหลงทางจะได้โทรให้เพื่อนมารับได้

            –  เครื่องประดับ  สร้อยคอ  ตุ้มหู  แหวน  นาฬิกาข้อมือ  ให้แพ็คใส่ถุงเล็ก ๆ แยกเป็นแต่ละประเภทไป  เพื่อจะได้หยิบใช้ได้สะดวก  และไม่ต้องกังวลว่าสร้อยคอจะพันตุ้มหู  อะไรประมาณนี้

            ทุกวันนี้เวลาเดินทางท่องเที่ยวที่ไหนก็ตาม  แต่สุดท้ายเราก็ต้องพักโรงแรงหรือรีสอร์ทซะส่วนมาก

เค้าจะมีบริการซักอบรีดให้  ฉะนั้นในกรณีที่เราพักหลายวัน  เราก็ไม่จำเป็นต้องขนเสื้อผ้าไปเยอะ  ซักตาก  ก็ใช้ได้ผลถ้าคุณไม่อยากให้กระเป๋าหนักเกินไป

            เทคนิคในการแพ็คกระเป๋าที่ดีแบบไม่ทำให้เสื้อผ้ายับ  คือให้ม้วนเอาค่ะ  จัดวางทุกสิ่งอย่างให้เป็นสัดส่วน  เพื่อที่เราจะได้ตรวจสอบได้ว่าเราลืมอะไรหรือเปล่า  คราวนี้เราก็พร้อมสำหรับการเดินทางแล้วค่ะ  และที่สำคัญคือ  อย่าลืมเตรียมสะตุ้งสตางค์ให้เพียงพอสำหรับทริปนี้  แล้วก็อย่าลืมซื้อของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากกันด้วยนะค่ะ ^.^

กินดื่มอย่างไร ให้ไกลความเครียด

shutterstock_169585925

ฝนก็ตก รถก็ติด เจอลูกค้าความต้องการเยอะ เจ้านายไม่เข้าใจ เพื่อร่วมงานชอบเอาเปรียบ แฟนชวนทะเลาะ สารพัดความเครียดที่เราเจอได้ในชีวิตประจำวัน จะหลีกเลี่ยงก็อยากทำแต่ก็ไม่วายต้องรับความเครียดเพิ่มเข้ามาทุกวัน บางคนก็มีวิธีคลายเครียดด้วยการ กิน กิน กิน แต่ก็นั่นล่ะ กลับได้ความเครียดบวกขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างคือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และโรคภัยที่ตามมา แต่อย่าเพิ่งไปโทษอาหารการดิน เพราะเราเคยได้ยินกันใช่ไหมว่า “อาหารเป็นยา” และรู้อีกหรือไม่ว่า อาหารเป็นยารักษาความเครียดได้ด้วย อย่างนี้อยากรู้แล้วใช่ไหมว่า กินดื่มอย่างไร ให้ไกลความเครียด

1.ความเครียดของคุณอาจเป็นผลมาจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้เกิดอาการสับสน หงึดหงิด ได้ดังนั้นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต จึงเป็นอาหารที่ช่วยในการลดความเครียดลงได้ เมื่อร่างกายอิ่มหนำความร่าเริงจะกลับมา แต่อย่างที่เรารู้ว่าอาหารที่มีส่วนผสมของแป้งนำมาซึ่งปริมาณแคลอรี่สูง จึงควรเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่ได้จากธัญพืช หรือ รับประทานฟักทอง มันเทศ แทนการรับประทานเบเกอรี่

2.กินอาหารทางสายตา ถูกแล้ว การรับประทานอาหารที่มีสีสันช่วยผ่อนคลายอารมณ์ของคุณได้ โดยเฉพาะสีที่มาจากธรรมชาติอย่างพืชผัก หรือผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และโพแทสเซียมสูง ที่มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลของอารมณ์และระบบต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เกิดอาการผ่อนคลาย เช่น ผักใบเขียว ส้ม ผลไม้รสเปรี้ยวมะละกอ กล้วย อะโวกาโด้ ลองมารับประทานผักผลไม้ให้ครบ 7 สีในแต่ละวันดูก็เป็นเรื่องสนุกๆคลายความเครียดได้

3.ปรับสภาพอารมณ์ด้วยอาหารที่ให้สังกะสีสูง อาทิ ไข่แดง อาหารทะเล ตับ ไขมัน งา เพื่อช่วยในเรื่องการช่วยปรับสมดุลของของเหลวในร่างกาย และการสื่อประสาทของสมอง ให้อยู่ในระดับที่ไม่เกิดความแปรปรวน

4.ดื่มนมอุ่นๆก่อนนม แล้วจะได้หลับสบาย ไม่ใช่แค่คำพูดของพระเอกในทีวีที่เราเห็นเวลาเอาใจนางเอก แต่ในนมอุดมไปด้วยสารที่เปลี่ยนตัวเป็น โซโรโทนิน ซึ่งเป็นพระเอกตัวจริงในการช่วยให้ผ่อนคลายและนอนหลับได้เต็มที่เพราะจะช่วยในการปรับระดับความสมดุลของสมอง เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วร่างกายจะสดชื่นและลดความเครียดให้กับเช้าที่คุณต้องเร่งรีบได้เป็นอย่างดี

5.ปิดท้ายด้วย สิ่งที่เราคุ้นเคยกันดี และมักจะใช้ข้ออ้างเพื่อรับประทานเวลาเครียดๆ ถ้าบอกว่านมคือพระเอก ช๊อคโกแล๊ตก็คือพระรองของการลดความเครียดนั่นเอง แต่คุณพระรองจะมาคะแนนตกก็ตรงที่มาพร้อมน้ำตาลและแคลอรี่ที่ไม่เบาเลย เราจึงแนะนำให้คุณเลือกรับประทาน ดาร์ก ช็อกโกแลต ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลและไขมันที่น้อยกว่า

นี่ล่ะวิธีง่ายๆในการ กินดื่ม ให้ไกลความเครียด นำไปใช้ได้เลย ใช้ดีแล้วอย่าลืมบอกต่อด้วยนะ เคล็ดลับแบบนี้สมควรแบ่งปันจ้า

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=52305

เคล็ดลับขาสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

shutterstock_111825071

คุณผู้หญิงหลายคนมักจะมีเคล็ดลับดี ๆ ให้ขาสวย แล้วเรียบเนียนได้ แบบนี้ใคร ๆ เห็นก็ต้องอยากรู้กันอย่างแน่นอน ยิ่งเป็นช่วงซัมเมอร์ต้องมีการอวดขาเรียวกับชุดบิกินี่กันแล้ว ถ้าอย่างนั้นมาเตรียมความพร้อมกับการทำให้ขาเรียบแบบง่าย ๆ ในสไตล์คุณสาว ๆ กันเลย ซึ่งจะเรียกได้ว่า เรียวขา เป็นอวัยวะที่มีความสำคัยที่ชายหนุ่มแต่ละคนมักจะมองสิ่งนี้เป็นอันดับแรก เพราะฉะนั้นนอกจากในการดูแลผิวหน้าแล้ว ก็ควรที่จะดูแลผิวขา เพียงคุณอย่าลืมว่าขานั้นก็มีความสำคัยเช่นเดียวกัน

นับได้ว่าคุณสาว ๆ ในปัจจุบันนี้มีการดูแลขาให้มีความเรียว และขาวใสแบบธรรมชาติกันมากยิ่งขึ้น สำหรับเคล็ดลับในการบำรุงผิว

– บำรุงผิวให้ความชุมชื่นแบบจัดเต็ม ถึงแม้ว่าคุณอาจจะมีขาที่เรียว แต่ถ้าผิวหนังของคุณกลับดูแห้งแตกและไม่น่าดู ทางที่ดีหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วก็ควรทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นตัวช่วย แล้วทำการทาให้ทั่วขา เพื่อให้ผิวหนังดูนุ่มชุ่มชื้นไม่มีรอยแห้งแตกได้นั่นเอง

– สครับขัดขา เป็นการบำรุงอย่างเดียวก็ไม่ได้ คุณสาว ๆ ควรดูแลด้วยการใช้สครับขัดขา เพื่อเป็นการผลัสเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกไป ถ้าคุณสามารถทำได้ ผิวหนังก็จะกลับมานุ่มเนียนกว่าเดิม

– ลูบน้ำมันมะกอก ถ้าสาว ๆ คนใดมีผิวขาที่แห้งจนมอยส์เจอไรเซอร์ไม่สามารถควบคุมได้ ควรบำรุงด้วยน้ำมันมะกอก เนื่องจากน้ำมันมะกอกจะอุดมไปด้วยอนุมูลอิสระ และช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้ดูชุมชื่นแบะจัดเต็ม

ดังนั้น คุณสาว ๆ ก็ไม่ควรพลาดกับวิธีในการดูแลผิวขา ให้เรียบเนียน ทำให้ใคร ๆ ต่อใครก็อย่างมีขาเรียวสวยและขาวใส่แบบธรรมชาติดได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=50810

ตัวอย่าง การกรอกแบบฟอร์ม จดทะเบียนบริษัท

ตัวอย่างการจดทะเบียนบริษัท ตัวอย่างนี้มี 19 แผ่น

ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ตัวอย่างการ จดทะเบียนบริษัท
ที่มา:กรมพัฒนาธุรกิจ
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=37472

รู้ไว้ใช่ว่า….ปลูกต้นไม้อย่างไรไม่ให้บ้านพัง

shutterstock_167313062

เชื่อว่าหลายๆคนเมื่อมีบ้านเป็นของตัวเองแล้วก็ต้องการให้บ้านมีความร่มรื่น เย็นสบาย เพื่อที่จะได้พักผ่อนหย่อนใจในเวลาที่เหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน จึงเป็นเรื่องของการเลือกต้นไม้มาปลูกเพื่อให้ร่มเงา

แต่เดี๋ยวก่อน!!!!  ต้องไม่ลืมกันด้วยนะว่าต้นไม้ใหญ่รากก็ใหญ่ แถมแผ่กิ่งก้านสาขาได้อีกมากมาย ซึ่งอาจก่อปัญหาให้กับบ้านแสนรักของเราได้ในระยะเติบโตเต็มที่ โดยอาจทำให้พื้นบ้านแตกร้าวหรือถึงขั้นลุกลามไปถึงโครงสร้างบ้านเลยทีเดียว

โดยสาเหตุที่พื้นบ้านพังหรือแตกร้าวนั้นเป็นเพราะระบบรากและโคนต้นไม้ขยายตัวดันพื้น ซึ่งมีอยู่ 2 กรณีคือ

1.การเทพื้นคอนกรีตชิดโคนต้นไม้มากเกินไป เมื่อต้นไม้เติบโตก็จะดันเบียดพื้นคอนกรีต เพราะไม่มีระยะมากเพียงพอที่จะเติบโตเลยทำให้พื้นบ้านแตกร้าวได้นั่นเอง

2.แม้ว่าจะเทพื้นห่างโคนต้นแต่พื้นก็ยังแตก แสดงว่า ระบบรากของต้นไม้นั้นเป็นระบบรากแขนงยึดเกาะและอยู่บริเวณผิวดิน จึงขยายตัวดันพื้นให้โก่งและแตกออกในที่สุด

ดังนั้นเราจึงต้องพิจารณาเลือกชนิดต้นไม้เป็นอันดับแรก โดยเลือกต้นไม้ที่มีระบบรากไม่แผ่กระจายใกล้ผิวดินและไม่ขยายตัวออกจากโคนต้น ลำต้นไม่ใหญ่โตมโหฬาร กิ่งไม่เปราะจนเกินไป(อันนี้อาจทำให้หลังคาเสียหายด้วย) โดยต้นไม้ที่ควรหลีกเลี่ยงที่จะนำมาปลูกก็คือ พืชตระกูลไทรทั้งหลาย หูกวาง จามจุรี ชมพูพันธุ์ทิพย์ ยางอินเดีย พระยาสัตตบรรณ เป็นต้น  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากต้องการปลูกไม้เหล่านี้จริงๆก็ขอให้คำนึงถึง ระยะห่างของการเทพื้นคอนกรีต ระยะห่างจากตัวบ้าน  ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นก็จะช่วยลดปัญหาได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนต้นไม้ที่สามารถนำมาปลูกเพื่อให้ร่มเงากับบ้านของเราโดยไม่เป็นอันตรายกับโครงสร้างบ้านได้แก่  ต้นหูกระจง ต้นสารภี ต้นจำปี ต้นจำปา ต้นมะม่วง ต้นชมพู่  ต้นปีบ ต้นลีลาวดี ซึ่งต้นไม้เหล่านี้นอกจากจะมีดอกสวยงามแล้วบางต้นยังให้ผลเอาไว้รับประทานตามฤดูกาลอีกด้วย

รู้แบบนี้แล้วก็จะได้สบายใจเวลาเลือกต้นไม้มาปลูกเพื่อให้ร่มเงากับบ้านแสนสุขของเรา ขอให้มีความสุขกับการเนรมิตวิมานในฝันครับ

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=47897

วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยผ่อนภาษีได้ 3 งวด

shutterstock_179512262

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ Vat เป็นภาษีสำหรับผู้บริโภคเท่านั้น เมื่อเราซื้อสินค้าและบริการ ผู้ประกอบการค้าจะคิดคำนวณภาษีและบวกไปกับราคาสินค้าและบริการ โดยมีการแยกราคาสินค้า และภาษีมูลค่าเพิ่มให้เห็นชัดเจนในใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี

ทุกวันนี้พวกเราทุกคนจะต้องเสียภาษี หรือ ภงด. แต่บางคนที่รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็ไม่ต้องเสียภาษี อีกทั้งยังสามารถขอคืนลดหย่อนได้ในกรณีต่างๆ อีก ขณะที่ภาษีนิติบุคคลที่เป็นรายได้จากห้างร้าน บริษัทต่างๆ ไม่พอที่จะใช้พัฒนาประเทศ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนที่มีรายได้แต่ไม่ยอมเสียภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่มจึงเป็นภาษีทางอ้อมที่บังคับให้ผู้บริโภคทุกคนต้องเสียภาษี และเมื่อเวลาที่รัฐบาลมีรายได้ไม่พอพัฒนาประเทศ การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่ได้เม็ดเงินมากและรวดเร็วที่สุด

แต่เดิมภาษีมูลค่าเพิ่มได้ถูกกำหนดไว้ที่ 10% เนื่องจากเมื่อก่อนรัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีการใช้จ่ายมากขึ้น เพื่อให้มีแรงขบเคลื่อนทางเศรษฐกิจ จึงได้ลดภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือเพียง 7% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราต่ำสุดในอาเซียน โดยมี 3 ประเทศที่ไม่ได้จัดเก็บได้แก่ บรูไน มาเลเซีย และพม่า จะมีการรวมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงต้องปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มให้สอดคล้องกับประเทศอื่นในอาเซียนด้วย

จากศึกษาของกระทรวงการคลังพบว่า การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 เปอร์เซ็นต์เป็น 10 เปอร์เซ็นต์มีผลให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 1.82 เปอร์เซ็นต์และการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 1 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจลดลง 0.015 เปอร์เซ็นต์ แม้ภาษีมูลค่าเพิ่ม อาจเรียกได้ว่า เป็นภาษีถ้วนหน้า เพราะทุกคนต้องจ่ายเมื่อจับจ่ายใช้สอย แต่กลุ่มนิติบุคคล บริษัท ห้างร้าน สามารถขอหักภาษีคืนได้ ต่างจากบุคคลทั่วๆไปที่มีเงินเดือน รายได้ ต้องรับภาระไว้ทั้งภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม อีกทั้งระบบ VAT ยังบังคับใช้ไม่ทั่วถึง เนื่องจากพ่อค้าแม่ขายตามตลาดขายของไม่มีใบเสร็จ และยังมีการโกงภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย

แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=37562

กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

shutterstock_315476099

การประกอบกิจการดังต่อไปนี้ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

1).การขายสินค้าหรือให้บริการของผู้ประกอบการที่มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ี
2).การขายพืชผลทางการเกษตรภายในราชอาณาจักร เช่น ข้าว ข้าวโพด ปอ มันสำปะหลัง ผักและผลไม้ เป็นต้น ( คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป .28/2535 ฯ )
3).การขายสัตว์ทั้งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตภายในราชอาณาจักร เช่น โค กระบือ ไก่หรือเนื้อสัตว์ กุ้ง ปลา เป็นต้น (คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.29/2535ฯ)
4).การขายปุ๋ย
5).การขายปลาป่น อาหารสัตว์
6).การขายยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ เพื่อบำรุงรักษาป้องกัน ทำลายหรือกำจัดศัตรูหรือโรคของพืชและสัตว์
7).การขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน

** ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการตาม 1. ถึง 7. ดังกล่าว จะเลือกเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มก็ได้
8).การนำเข้าสินค้าตาม 2. ถึง 7.
9).การให้บริการการศึกษาของสถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือ
โรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน
10).การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำหรือทางอากาศ อย่างไรก็ดี หากเป็นการให้บริการขนส่งโดยอากาศยาน และการให้บริการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อ ผู้ประกอบการมีสิทธิเลือกเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้
11).การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศทางบกและทางเรือซึ่งมิใช่เรือเดินทะเล
12).การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลทางราชการและเอกชน
13).การให้บริการห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์
14).การให้บริการจัดแข่งขันกีฬาสมัครเล่น
15).การให้บริการประกอบโรคศิลปะ การสอบบัญชี การว่าความ
16).การให้บริการของนักแสดงสาธารณะ
17).การให้บริการที่เป็นงานทางศิลปะและวัฒนธรรม ในสาขาและลักษณะการประกอบกิจการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
18).การให้บริการวิจัย หรือการให้บริการทางวิชาการ ซึ่งต้องมีลักษณะการประกอบกิจการตามที่กรมสรรพากรกำหนด คือ ต้องเป็น

การวิจัยหรือบริการทางวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์และสาขาสังคมศาสตร์ แต่ต้องมิใช่เป็นการกระทำในทางธุรกิจ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือเป็นคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือมูลนิธิ

19).การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน
20).การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์
21).การให้บริการของราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ไม่รวมถึงบริการที่เป็นการพาณิชย์ของราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นการหารายได้ หรือผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นกิจการสาธารณูปโภคหรือไม่ก็ตาม

22).การขายสินค้าหรือการให้บริการของกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งส่งรายรับทั้งสิ้นให้แก่รัฐโดยไม่หักรายจ่าย
23).การขายสินค้าหรือการให้บริการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนา หรือการสาธารณกุศลภายในประเทศ ซึ่งไม่นำผลกำไรไปจ่ายในทางอื่น

24).การขายสินค้า หรือการให้บริการตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาฯ( พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239)

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=37389