ปลูกต้นไม้ในบ้าน อย่าหลงทิศ แล้วชีวิตจะรุ่งเรื่อง

shutterstock_250381006

หลายๆคนรู้แล้วว่าต้นไม้มงคลที่ควรปลูกไว้ในบ้านนั้นมีต้นอะไรกันบ้าง บทความนี้เป็นภาคต่อของเรื่องไม้มงคลประจำบ้านครับ เรื่องมีอยู่ว่านอกจากการเลือกต้นไม้มาปลูกแล้ว ทิศทางในการปลูกก็สำคัญไม่แพ้กัน หากทำให้ดีเลือกให้ถูกก็จะนำความเป็นสิริมงคลมาสู่บ้านและคนในครอบครัวของเรา โดยคนไทยครั้งโบราณกาลนั้น มีความเชื่อว่าในต้นไม้ใหญ่นั้นมีรุกเทวดาสิงสถิตอยู่ทุกต้น ซึ่งท่านจะให้คุณ ให้โชคลาภ และช่วยดูแลปกป้องคนในครอบครัวหากเราทำตัวดีอยู่ในศีลธรรมและดูแลต้นไม้ในบ้านเป็นอย่างดี โดยนอกเหนือจากชื่อต้นไม้ที่เป็นมงคลแล้วทิศทางก็มีผลไม่ใช่น้อย ตามตำราว่าไว้แบบนี้ครับ

ทิศเหนือ ควรปลูกไม้จำพวกว่าน เช่น ว่านเศรษฐี  มหาโชค มหาลาภ รางเงิน รางทอง หมากผู้ หมากเมีย โดยมีความเชื่อว่า ปลูกแล้วจะเกิดโชควาสนา ป้องกันภูตผีปีศาจ ป้องกันอันตรายจากผู้คิดไม่ซื่อหรือคิดปองร้าย

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ควรปลูกไม้ยืนต้น เช่น มะตูม หรือทำเป็นสระน้ำไว้ด้วย จะช่วยป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดกับคนในครอบครัวได้

ทิศตะวันออก ควรปลูกต้นไผ่หรือต้นกุ่ม ที่มีลักษณะดูเป็นกลุ่มก้อน จะทำให้บ้านร่มเย็น มั่งมีศรีสุข ได้รับโชคลาภเป็นก้อนมหาศาลเหมือนกับลักษณะของต้นไม้นั่นเองครับ

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ควรปลูกไม้ประเภทส่งเสริมบารมีของบ้าน เช่น ต้นยอ สารภี กระถิน โดยเชื่อว่าจะช่วยป้องกันเสนียดจัญไร มีแต่คนยกย่อง ส่งเสริมให้มีหน้ามีตาในสังคม ผู้คนให้ความเชื่อถือ

ทิศใต้ ให้ปลูกไม้ยืนต้นประเภท มะม่วง มะพลับ ตะโก จะช่วยป้องกันผู้คิดปองร้ายกับคนในครอบครัวได้

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ให้ปลูกต้นราชพฤกษ์(ต้นคูน) ซึ่งถือเป็นสิริมงคลมาก เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันศัตรูที่คิดปองร้ายแล้ว เมื่อจะทำการสิ่งใด หรือหยิบจับธุรกิจส่วนตัวก็จะมีคนคอยให้การสนับสนุน  นอกจากนี้ยังสามารถปลูกต้นขนุน พิกุล สะเดา ไว้ในทิศนี้ได้เช่นกัน

ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ควรปลูกต้นไม้ประเภท ที่ผลมีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว มะกรูด ส้มป่อย มะพุด นอกจากจะช่วยป้องกันอันตราย จากผู้ที่คิดปองร้ายแล้ว ยังจะช่วยให้บุตรหลานในบ้านพูดจาฉะฉานมีวาจาเก่งกล้า และพูดจาน่าเชื่อถืออีกด้วย

นอกเหนือจากนี้หลักการพื้นฐานของการเลือกต้นไม้มาปลูกในบ้านคือควรเป็นต้นที่ส่งกลิ่นหอม จะกลางวันหรือกลางคืนก็ได้ รวมถึงควรมีดอกและใบที่มีสีสันสวยงาม มองดูแล้วเจริญหูเจริญตา ก็ช่วยให้คนในบ้านมีความสุขได้ไปในตัว แบบนี้เรียกว่าทั้งถูกหลักและถูกใจกันไปเลยทีเดียวครับ
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48562

ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้ดีวันนี้ เพื่อสุขภาพทางเพศที่ดีในวันหน้า

shutterstock_273021446

การเพิ่มสมรรถภาพทางเพศเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับหลายๆคน มันเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของทุกๆคน หากเรามีสมรรถภาพทางเพศที่ดี ก็หมายความว่าร่างกายของเรามีสุขภาพทางเพศที่ดี แต่หากวันหนึ่งมันมีปัญหา ไม่สามารถมีความสุขในการร่วมเพศได้ ก็หมายความว่าสุขภาพทางเพศของเรานั้นแย่ลง ฉะนั้นเราต้องดูแลใส่ใจเรื่องการบำรุงสมรรถภาพทางเพศบ้างแล้ว เพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และเพื่อการร่วมเพศที่มีความสุขเช่นกัน เพราะว่าบางที การมีเพศสัมผัสในขณะที่อีกฝ่ายไม่พร้อมเป็นประจำ ก็อาจจะทำให้ชีวิตรักของหลายๆคู่ต้องสลายลง เพราะว่าขาดตกบกพร่องเรื่องการให้ความสุขบนเตียงไป ฉะนั้น ต้องเริ่มจากการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้ดีวันนี้ เพื่อสุขภาพทางเพศที่ดีในวันหน้า

เราต้องเลือกกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์ เพราะว่าหากเราทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์จะช่วยให้สุขภาพทางเพศของคุณได้รับการเติมเต็ม ซึ่งควรเป็นอาหารที่ย่อยไม่ยาก เช่นผัก หรือว่าผลไม้ ไปจนถึงอาหารจำพวกเนื้อปลาต่างๆ เมื่อร่างกายของคุณได้รับโปรตีนก็จะส่งผลให้สุขภาพทางเพศของคุณดีขึ้นและมีพลังทางเพศมากขึ้น เลือกอาหารเสริมทางเพศที่จะช่วยคุณในเรื่องทางเพศได้เช่นโสม ยาบำรุงกำลังทางเพศที่ได้รับการทดสอบมาแล้วว่ามันช่วยให้สุขภาพทางเพศนั้นดีจริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณบำรุงสุขภาพทางเพศให้ดีขึ้นแล้ว การทำความสะอาดก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ทุกๆที่อาบน้ำ ต้องทำความสะอาดด้วยความอ่อนโยน ไม่ควรทำให้อวัยวะเพศระคายเคือง ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดการอับชื้น เป็นแผล และมีกลิ่นไม่ถึงประสงค์ จนเกิดการสะสมของเชื้อโรคและเป็นโรคต่างๆตามมาได้

ทั้งนี้หากคุณอยากมีสุขภาพทางเพศที่ดี ก็ไม่ควรสำส่อนทางเพศ เพราะว่าการสำส่อนทางเพศเนี่ยจะทำให้คุณเป็นโรคติดต่อทางเพศได้ง่ายขึ้น และแน่นอนว่าสุขภาพจิตของคุณจะเสียไปด้วยในทันทีเมื่อสุขภาพทางเพศแย่ลง นอกจากนี้สิ่งที่ช่วยคุณได้ในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้สุขภาพทางเพศก็คือการออกกำลังกาย เมื่อคุณออกกำลังกายเป็นประจำ ทำให้สามารถสนุกกับกิจกรรมบนเตียงได้นานขึ้นกว่าเดิม

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48468

มัลเบอร์รี่ ผลไม้เพื่อสุขภาพ กับ 12 ประโยชน์ที่คุณต้องทึ่ง (ตอนที่2)

shutterstock_283750880

เนื่องด้วยจากบทความที่แล้ว เราได้นำพาคุณไปรับรู้ถึงผลประโยชน์อันน่าทึ่ง ของการรับประทานผลไม้เพื่อสุขภาพอย่างมัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อน ที่มีมากถึง 12 ประการ ซึ่งเราได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของลูกหม่อนไปได้แล้วถึง 5 ประการด้วยกัน และสำหรับในบทความนี้ เราจะนำพาคุณไปรู้จักกับประโยชน์ของการรับประทานลูกหม่อนกันต่อเลยค่ะ

6.มัลเบอร์รี่ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

ด้วยลักษณะของมัลเบอร์รี่ ที่มีธาตุเหล็กเป็นจำนวนมาก ทำให้มัลเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีความพิเศษกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ ที่ไม่มีธาตุเหล็กประกอบอยู่ เพราะฉะนั้นการรับประทานมัลเบอร์รี่ จะช่วยทำให้คุณได้รับผลประโยชน์อย่างมาก เพราะธาตุเหล็กจะช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง และเพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้นั่นเอง

7.มัลเบอร์รี่ ผลไม้ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

มัลเบอร์รี่ประกอบไปด้วยสารอัลคาลอยด์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสารที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเซลล์แมคโคเฟสได้เพิ่มเติม ซึ่งถือได้ว่าเป็นเซลล์ที่คอยทำหน้าที่ ในการกำจัดเชื้อโรคและเชื้อไวรัส ที่สามารถเข้ามาภายในร่างกายของมนุษย์ จนทำให้เรามีอาการป่วยได้นั่นเอง

8.มัลเบอร์รี่ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง

การรับประทานมัลเบอร์รี่อย่างเป็นประจำ หนึ่งในประโยชน์ที่คุณจะได้รับ นั่นก็คือ การป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งมัลเบอร์รี่มีเรสเวอราทรอล ที่สามารถช่วยควบคุมระดับความดันของคุณได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

9.มัลเบอร์รี่ ผลไม้บำรุงสายตา

สารซีแซนทีนในผลไม้อย่างมัลเบอร์รี่ จะสามารถช่วยบำรุงสายตาและสุขภาพดวงตาของคุณได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยลดภาวะออกซิเดชั่น ที่สามารถเกิดขึ้นในดวงตาของคุณได้อีกด้วย

10.กินมัลเบอร์รี่ ช่วยในการล้างพิษในร่างกาย

มัลเบอร์รี่ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในผลไม้สมุนไพรชั้นเยี่ยม ที่จะช่วยล้างสารพิษในตับ ไต และเลือด อีกทั้งยังคงช่วยกระตุ้นการเผาผลาญแอลกอฮอร์ออกจากร่างกาย ซึ่งจะสามารถช่วยรักษาอาการเมาค้างได้เป็นอย่างดี

11.มัลเบอร์รี่ช่วยเสริมสร้างกระดูก

มัลเบอร์รี่ประกอบไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารอย่างมากมาย โดยเฉพาะแคลเซียมและวิตามินเค และฟอสฟอรัส ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง อีกทั้งยังสามารถช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อของกระดูก และป้องกันโรคกระดูกพรุนได้เป็นอย่างมาก

12.มัลเบอร์รี่ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย

หากคุณขับถ่ายได้ไม่คล่อง คุณสามารถรับประทานผลไม้เพื่อสุขภาพอย่างมัลเบอร์รี่ได้เลย เพราะมัลเบอร์รี่ถือได้ว่าเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่ดีต่อระบบขับถ่ายของคุณ ซึ่งจะช่วยแก้ไขอาการท้องผูกได้อย่างดีเลิศเลยทีเดียว

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48707

จอร้ายที่จะทำร้ายสุขภาพของคุณ

appshortcuts2_w_600

ปัจจุบันนี้มักจะมีการเปลี่ยนแปลงไป ด้วยมีระบบเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่า เป็นยุคที่ดีเช่นกัน ซึ่งเป็นยุคเกี่ยวกับดิจิตอลมากยิ่งขึ้น ซึ่งคุณอาจจะอยู่กับจอรอบตัว โดยเฉพาะ 4 จอ คือ จอคอมพิวเตอร์ จอแท็บเล็ต และจอมือถือโทรทัศน์ ที่นับได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีการผลักดันให้สายตาของคุณนั้นมากยิ่งขึ้น แต่คุณไม่รู้เลยว่ากำลังจะทำร้ายสุขภาพของตัวคุณเองเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเราจึงได้มีการสำรวจมาเกี่ยวกับสุขภาพสายจาของคนไทย คนไทยแต่ละคนไม่ต่ำกว่า 14 ล้านคน ที่มีสายตาผิดปกติ สำหรับสาเหตุหลัก ๆ จากการทำงานอยู่บนหน้าจอทางคอมพิวเตอร์ แบบเป็นเวลานาน ก็จะส่งผลเสียได้หลายอย่าง

ข้อเสียของการอยู่หน้าจอคอมหรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์แบบนาน

– ทำให้สายตาของคุณนั้นดูแย่

– ทำให้รู้สึกได้ว่าเคืองตา แสบตา หรือปวดตาได้

– ทำให้สายตาที่อยู่นาน ๆ นั้น ของคุณดูเสื่อมสภาพได้เช่นกัน

อาหารที่ต้องบำรุงสายตา

– สารที่ช่วยในการบำรุงสายตา ต่อต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในผัก เพราะฉะนั้นควรรับประทานผักให้เป็นจำนวนมาก ๆ

– บอนเซนเยอร์รี่

– เอลเดอร์เบอร์รี

– ราสเบอร์รี่

สำหรับผลไม้แต่ละชนิดที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อดวงตาของคุณเช่นกัน จึงเป็นทางเลือกอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยในการบำรุงสายตาของคุณได้เป็นอย่างมาก จึงเป็นทางเลือกอีกตัวหนึ่งที่จะช่วยในการบำรุงสายตา เพื่อให้สายตาของคุณนั้น อยู่ได้ในระยะยาวนานได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ผลดีของการใช้คอมพิวเตอร์ และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์แบบนาน ๆ ย่อมจะส่งผลเสียไม่ใช่น้อยเลย จึงต้องหาผัก ผลไม้ ที่มีประโยชน์ต่อสายตา มารับประทานเป็นประจำ เพื่อช่วยอีกทางหนึ่งทีจะทำให้คุณสาว ๆ หรือไม่ว่าใครต่างก็ต้องพบกับเรื่องดี ๆ ได้อย่างแน่นอน กับดวงตาของท่านเอง

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=51069

มีเงินได้เกิดขึ้นในระหว่างปีภาษีมี

ผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นในระหว่างปีภาษีมีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกกรณีหรือไม่

shutterstock_79911643

ผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปีภาษีจะมีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ ก็ต่อเมื่อมีเงินได้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าเมื่อคำนวณภาษีแล้วจะมีภาษีต้องชำระเพิ่มเติมหรือไม่ก็ตาม ดังนี้

1. ผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงานประเภทเงินเดือน ค่าจ้างที่ได้รับในปีภาษีนั้น (ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม)

– กรณีไม่มีคู่สมรสต้องมีเงินได้พึงประเมินเกิน 50,000 บาท
– กรณีที่มีคู่สมรสไม่ว่าฝ่ายเดียว หรือทั้งสองฝ่ายต้องมีเงินได้พึงประเมินรวมกัน เกิน 100,000 บาท

2. ผู้มีเงินได้จากการทำธุรกิจการค้าทั่วไปที่มิใช่เกิดจากการจ้างแรงงานที่ได้รับในปีภาษีนั้น (ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม)

– กรณีไม่มีคู่สมรสต้องมีเงินได้พึงประเมินเกิน 30,000 บาท
– กรณีมีคู่สมรสไม่ว่าฝ่ายเดียวหรือทั้งสองฝ่ายต้องมีเงินได้พึงประเมินรวมกัน เกิน 60,000 บาท

3. กองมรดกของผู้ตายที่ยังไม่แบ่งเกิน 30,000 บาท

4. ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลเกิน 30,000 บาท
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=35809

แต่ละมื้อเราควรกินอะไรบ้าง ? วิธีเลือกทานอาหารให้สุขภาพดี

shutterstock_271375943

ใครๆก็อยากมีสุขภาพร่างกายที่ดีทั้งนั้น แต่ทุกวันนี้เลือกทานแต่อาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แล้วแบบนี้ร่างกายจะแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีได้อย่างไร ใครทีมีผิวพรรณหมองไม่สดใส สัดส่วนไม่ดี อ้วนหรือว่าผอมเกินไป วันนี้เรามีวิธีการเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี พร้อมปรับสภาพผิวให้เปล่งปลั่งขึ้น และช่วยให้สุขภาพดีได้อย่างง่ายๆ พร้อมเผยความสวยใสตั้งแต่ภายในจรดภายนอก

                มื้อเช้า เราควรเลือกดื่มน้ำเต้าหู้เป็นประจำ จะช่วยให้ร่างกายได้รับโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตอย่างเต็มที่ พร้อมกับทานแซนวิชโฮลวีทที่มีผักเป็นส่วนผสม พร้อมโปรตีนที่มีความย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ หรือว่าทูน่า ก็ดี ส่วนผักนั้นก็แล้วแต่ชอบ เช่นผักสลัดประเภทต่างๆ มะเขือเทศ แตงกวา เป็นต้น จากนั้นก็ปิดท้ายด้วยการทานผลไม้ซัก 2-3 ชิ้น เช่น ส้ม 1 ลูก, สตรอเบอรี่ 3 ลูก, องุ่น 5 ลูก เป็นต้น แค่นี้ก็ทำให้มื้อเช้าของคุณอยู่ท้องและได้รับสารอาหารแบบครบถ้วนที่สำคัญ ไม่อ้วนแน่นอน

                มื้อกลางวัน ให้เลือกทานอาหารที่ไม่หนักเกินไป แต่ว่าต้องกินให้อิ่ม แน่นอนว่าต้องมีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนอยู่ในมื้อแต่และก็ไม่ควรลืมวิตามินจากผักด้วยเช่นกัน ฉะนั้น ให้เลือกทานข้าว 1 ส่วน โปรตีนจากเนื้อสัตว์ 1.5 ส่วนแนะนำเป็นไก่หรือว่าเนื้อปลา, วิตามิน 1.5 ส่วนแบ่งเป็นในมื้ออาหาร 1 ส่วนและเป็นผลไม้หรือน้ำผลไม้หลังจากทานมื้อหลักเสร็จ 0.5 ส่วนอาหารหมู่ไขมันและเกลือแร่ให้มีน้อยที่สุดที่ อย่างละ 0.5 ส่วนเป็นพอ แค่นี้ก็ช่วยให้มื้อกลางวันของคุณเต็มไปด้วยอาหารเพื่อสุขภาพได้แล้ว

                มื้อเย็น เน้นย่อยง่ายที่สุด จากที่คาร์โบไฮเดรต 1 ส่วนในตอนกลางวัน ในมื้อเย็นนี้ให้เหลือแค่ 0.5 เท่ากับเกลือแร่และไขมัน ฉะนั้น รวม คาร์โบไฮเดรต ไขมันและเกลือแร่ให้อยู่ในอัตรา 1.5 ส่วนเท่านั้นจากนั้นก็เน้นวิตามินเน้นๆที่ 2 ส่วนและโปรตีนเต็มๆ 1.5 ส่วนไปเลย แค่นี้อิ่มแบบย่อยง่ายได้แล้ว

                และนี่ก็เป็นเทคนิคในการเลือกทานอาหารในแต่ละวัน.ให้เหมาะสม พร้อมช่วยให้สุขภาพดี รู้แล้วก็เลือกทานอาหารให้เหมาะสมในแต่ละวันด้วยนะครับ

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=47835

ทริบเล็กๆ น้อยๆ ที่รักษา battery บน LG G3 ง่ายๆ ที่เราก็ทำได้

สำหรับ Smartphone ของทาง LG อย่าง LG G3 นั้นจะมีความจุของ battery ภายในตัวเครื่องเพียงประมาณ 3000 mAh ซึ่งจะเป็นความจุที่มีขนาดที่เท่ากับ Smartphone บางรุ่นในปัจุบันนี้นั้นเอง โดยความจุของ battery ขนาดนี้นั้นก็ถือว่าเป็นขนาดที่ไม่น้อยจนเกินไป แต่บางครั้งนั้นหากเราใช้งาน Smartphone อย่าง LG G3 มากนั้นความจุขนาด 3000 mAh นี้ก็อาจจะหมดไวได้นั้นเอง โดยวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ที่ใช้งาน LG G3 นั้นไปดูกันว่าบน LG G3 นี้นั้นเราจะสามารถทำอย่างไรกับ battery ได้อย่างไรที่จะทำให้ battery ของเราอยู่ได้นานยิ่งขึ้น

LG-G3-12

Snapdragon BatteryGuru

สำหรับ Snapdragon BatteryGuru เป็นแอปพิเคชั่นตัวหนึ่งที่เราสามารถทำการตรวจสอบดูได้ว่าแอปพิเคชั่นแต่ละตัวภายในเครื่องของเรานั้นใช้งานไปได้มากน้อยเพียงใดนั้นเอง ซึ่งช่อวยให้เรารักษา battery ของเราได้อีกด้วย

ปรับ brightness

หาก battery ภายในเครื่อง LG G3 ของเราเหลือน้อยเราอาจจะเลือกปรับ brightness ภายในเครื่องของเราไม่ให้มีความสว่างมากเพื่อรักษา battery ภายในเครื่องของเราได้นั้นเอง

ปิด Update และ sync แอปพิเคชั่น

หากเราเลือกที่จะทำการปิดการ Sync หรือปิดการอัพเดตแอปพิเคชั่นบางตัวภายในเครื่องของเราที่มีการ Update แบบ Auto นั้นก็จะช่วยให้ battery ภายในเครื่องของเรารักษา battery ไว้ได้นานขึ้นนั้นเอง

ปิด location services

สำหรับแอปพิเคชั่นบางตัว ในตอนที่เราติดตั้งแอปพิเคชั่นอย่าง Twitter, Evernote หรือ แอปพิเคชั่น Weather ต่างๆ ลงไปยังเครื่องของเรานั้นระบบจะสอบถามเราว่าจะทำการเปิดการใช้งานของ GPS หรือไม่เพื่อทำการ Track ตำแหน่งที่เราอยู่นั้นเอง โดยการเปิดการใช้งาน GPS จะเป็นสิง่หนึ่งที่ใช้งานทรัพยากร battery ของกรามากที่สุดเลยด้วย เพราะฉะนั้นเราควรเลือกปิด GPS ของแอปพิเคชั่นบางตัวที่เปิดใช้งานเอาไว้
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48709

อาการและพฤติกรรมเหล่านี้ ที่บ่งบอกว่าคุณเป็นโรคอาการกินไม่หยุด ไม่หิวก็กิน

shutterstock_243297826

5 วิธีการวางแผนใช้จ่ายเงิน

shutterstock_317649110

การจัดทำบัญชีครัวเรือน ที่รัฐบาลไทยพยายามที่จะนำมาให้ประชาชนใช้ เพื่อเป็นการตรวจสอบสุขภาพการเงินการทองของครอบครัวตนเองนั้น นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากหากทำได้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะว่า หากมีการจดบันทึกเอาไว้อย่างละเอียดได้ทุกบาททุกสตางค์จริงแล้ว จะทำให้รู้ได้ทันทีเลยว่า ในแต่ละเดือนนั้น เราใช้จ่ายเงินไปในทิศทางไหน มันจะเป็นตัวกำหนดให้เรารู้ว่าเราใช้จ่ายอย่างถูกต้องเหมาะสมไหม จะเป็นตัวบอกพฤติกรรมของเราว่า เราใช้เงินได้สมเหตุสมผลไหม

                นั่นคือแนวทางที่รัฐบาลจะนำมาให้ประชาชนใช้และเดินตามหลักการเศรษฐกิจพอพียงของในหลวงในการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นซึ่งเราอาจจะไม่รู้ตัวจะ ทำให้เรามีข้อมูลในเดือนถัดไปในการสามารถวางแผนการใช้เงิน อันจะกลายเป็นนิสัยที่สำคัญ ทำให้เราเป็นคนละเอียดรอบคอบและมีเหตุมีผลในตัวเอง ซึ่งจะส่งผลต่อพฤติกรรมด้านอื่นๆอีกตามมาได้ จะได้รู้ว่าเราจะประหยัดหรือลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นตรงไหนได้บ้าง  มาลองดูกันว่า วิธีการเราจะทำกันยังไง

1. หัดจัดทำบัญชีรับจ่ายเงินรายเดือนของตนเอง

จดเอาไว้ว่า เราใช้เงินไปในกิจกรรมอะไรบ้าง ซึ่งบางทีเราอาจจะนึกไม่ถึง เช่น เราเที่ยวกลางคืนบ่อยๆ เงินทองหมดไปกับการเที่ยวกลางคืนมาก เราอาจจะกลับมาทบทวน กำหนดกรอบและขอบเขตการเที่ยวน้อยลง เหลือเดือนละสองครั้ง เป็นต้น

2.หัดเปรียบเทียบคุณภาพของและราคา

บางคน ซื้อตามใจตนจนเคย ไม่เคยตรวจสอบคุณภาพและราคาของสิ่งของ เพราะว่าคุณภาพนั้นมันจะแปรผันตรงกับราคา คือของดีก็ราคาแพง แต่คำว่า ของดีราคาแพง กับของถูกราคาแพงมันต่างกันคนละเรื่อง

3.หมั่นทบทวนบัญชีการใช้จ่ายของตนเองเสมอ

ว่าเราใช้จ่ายไปในเรื่องใดมากที่สุด เหมาะสมไหม มีความจำเป็นเพียงพอไหม เพราะมีบางครั้งที่เราซื้อของมาเราไม่ได้แกะออกมาดู หรือเราไม่ได้ใช้ประโยชน์เลยด้วยซ้ำ

4.ใช้ให้น้อยกว่ารายรับเสมอ

หมั่นจดบันทึกและตั้งกติกาของตนเองว่า จะลดค่าใช้จ่ายที่ไม่สำคัญ ไม่จำเป็นให้ได้ โดยอาจจะตั้งเป็นเป้าหมายเดือนละ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็ได้ และนำส่วนที่ลดการใช้จ่ายนั้นไปไว้ในส่วนการออม เป็นต้น

5.อย่าซื้อของเพราะการเผื่อว่าจะได้ใช้

หรือซื้อเพราะว่าโปรโมชั่น หรือลดกระหน่ำใดๆ เพราะการซื้อของลดราคาอาจจะไม่ใช่สิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันของเรา ทำให้เกิดการสูญเปล่า หรืออย่าซื้อของเพราะเกรงใจคนอื่น เช่นพนักงาน หรือเพื่อน จงจำไว้เสมอ เราซื้อเราเป็นคนใช้ และมันเป็นเงินของเรา

                การจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่ายประจำเดือน นอกจากจะทำให้เรารู้ตัวว่า เราใช้จ่ายไปในทิศทางใดแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือจะทำให้เราเป็นคนที่ชอบวางแผน ชอบมีกรอบและขอบเขตในตัวเอง เป็นคนละเอียดอ่อน ละส่งผลต่อแผนการใช้และออมเงินที่สำคัญของชีวิตของเราทีเดียว

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=47914