ดื่มกาแฟดียังไง เรามีคำตอบให้

shutterstock_290877590

ดื่มกาแฟกันทุกวัน  รู้หรือไม่ว่าประโยชน์ของกาแฟนั้นดีอย่างไร  ทำไมคนชอบดื่มกันจัง ในแง่มุมของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป  ทั้งที่มองว่าดี  และไม่ดี  ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะชอบมองแค่ว่ากาแฟทำให้นอนไม่หลับ  ใจสั่น  แถมยังเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้ด้วย  แต่ตรงกันข้ามกาแฟมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย  ป่ะ..ไปดูกัน

            –  มีข่าวดีสำหรับคอกาแฟ  เพราะคุณจะมีความจำดี  ปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ  ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์  ซึ่งมีงานวิจัยได้เปิดเผยว่าถ้าดื่มกาแฟวันละ  4-5  ถ้วย  ของคนวัยกลางคน  จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ถึง  65%

            –  ในกรณีที่ชงกาแฟแบบไม่ใช่น้ำตาล  และคอฟฟี่เมท  มีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าการดื่มกาแฟ จะช่วยป้องกันการเกิดไวรัสตับอักเสบ B  โรคหอบหืด  โรคตับ  โรคมะเร็งต่าง ๆ เนื่องจากคาเฟอีนจะไปช่วยยับยั้งการเกิดของเซลล์ผิดปกติ    เช่น  ผลงานวิจัยของมหาวิทยาฮาร์วาร์ด  กล่าวว่า  ผู้ที่ดื่มกาแฟจะมีอัตราการเป็นโรคมะเร็งต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม

            –  ช่วยบำรุงหัวใจ  ยืนยันจากมหาวิทยาลัยฮาโรโคปิโอ  ประเทศกรีซ  ได้เผยว่าการดื่มกาแฟวันละ  1-2  แก้วเป็นประจำ  จะช่วยให้การเต้นของหัวใจสม่ำเสมอ  และลดการเกิดโรคหัวใจได้  88%  เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่มเลย

              –  ช่วยในเรื่องลดความอ้วน  นั่นเป็นเพราะว่ากาแฟมีประโยชน์ต่อกระเพาะอาหาร  ทำให้ระบบการย่อยดีขึ้น สามารถเผาผลาญไขมันได้ดี

            –  ลดอาการเมื่อยล้าที่เกิดหลังจากออกกำลังกาย  เพราะกาแฟคาเฟอีนที่มีฤทธิ์กระตุ้นสลายไขมันให้กลายเป็นพลังงาน  ทำให้ร่างกายทนต่อความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

          –  ลดความแก่ชราของร่างกาย  กาแฟมีสารที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยในการไล่ความชราชั้นยอด  ซึ่งมีข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์มากกว่า  19,000  คน  ที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับกาแฟ  ได้ยืนยันว่าในกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าในชาเขียวถึง  4  เท่า  ส่งผลให้มีความจำดีขึ้น และมีสาระสำคัญที่ป้องกันการแก่ก่อนวัย  เพิ่มการเผาผลาญไขมัน  ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน  และช่วยลดอาการโรคไมเกรนได้อีกด้วย

              –  โรคซึมเศร้าจะไม่ถามหา  นักวิจัยค้นพบว่า  ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟวันละ 4 ถ้วย  เสี่ยงที่เป็นโรคซึมเศร้าลดลง 1 ใน  5  และหากดื่มวันละ  2 – 3 ถ้วย  ความเสี่ยงจะเป็นโรคซึมเศร้าลดลง  15 %

            เห็นไหมครับว่ากาแฟไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะแค่ทำให้คุณกระปรี้กระเปร่าในยามเช้า  และคลายความง่วงระว่างวันเท่านั้น  ยังมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมายที่เราไม่เคยรู้มาก่อน  แต่ทางที่ดีเราควรเลือกดื่มให้ถูกวิธีและถูกเวลาจึงจะไม่ส่งผลร้ายให้ตัวคุณเอง  เท่านี้ก็สบายใจได้แล้วครับ

ที่มาจาก: pangpond.com|>51004<|

นี่เลย!!!สไตล์การแต่งบ้านยอดนิยม

shutterstock_206695282

คนสมัยนี้ให้ความสนใจในเรื่องการตกแต่งบ้านเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะชาวกรุงที่เริ่มตกแต่งบ้านที่เน้นสไตล์รักธรรมชาติ  และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น  นั่นเป็นเพราะประเทศเราเป็นเมืองร้อน  ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ  จนแทบไม่อยากก้าวขาออกไปไหนเลย  หลายคนจึงมีความคิดที่จะแต่งบ้านแต่สวน  ให้มีความรู้สึกเย็นสบาย  ในสไตล์การตกแต่งที่หลากหลาย  ซึ่งจะมาพูดกันในวันนี้

สไตล์การแต่งบ้านนั้นมีหลากหลายสไตล์ดังนี้ครับ

            -การแต่งบ้านสไตล์คันทรี  (Country Style)  ทุกวันนี้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายมาก  ซึ่งส่วนใหญ่การตกแต่งแบบนี้จะปรากฏให้เห็นบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนตามชนบท  บ้านทรงไทย  หรือเห็นได้ตามโรงแรม  หรือรีสอร์ท  เพื่อให้คนที่เข้ามาพักอาศัยได้กลิ่นไอของธรรมชาติตามชนบทมากที่สุด  หรือแม้แต่ร้านอาหาร  ร้านสปา  ก็ยังชื่นชอบการตกแต่งแบบนี้เช่นกัน   วัสดุก็หาได้ไม่ยากเลย  เช่น  อาจจะหาตะกร้าสานมาแขวนไว้ในห้องครัว  เป็นต้น  ซึ่งเอกลักษณ์พิเศษที่บ่งบอกถึงการตกแต่งสไตล์นี้ก็คือ  ข้าวของเครื่องใช้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ย้อมสี  ที่โชว์ลายเสี้ยนไม้แบบหยาบ ๆ  ให้ความรู้สึกถึงชนบทที่แท้จริงนั่นเอง

            -การแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น  (Modren Style) จะเป็นสไตล์การแต่งบ้านที่ค่อนข้างเรียบง่าย  เน้นอะไรที่น้อยละเอียดของเฟอร์เจอร์สไตล์โมเดิร์น  คือไม่เน้นลวดลาย  จัดวางทุกอย่างไว้อย่างเป็นสัดส่วนได้อย่างลงตัว  โทนสีที่ใช้จะเป็นแนว  สุขุม  นุ่มลึก  และเนี้ยบไปในตัว  ซึ่งจะใช้สีเพียงไม่กี่สี  แต่แลดูแล้วสะอาดตา  ไม่รกรุงรัง  ตัวอาคารมีลักษณะทรงเลขาคณิต  เน้นติดกระจก  เพราะให้ความรู้สึกโล่ง  โปร่งสบาย

            -การแต่งบ้านสไตล์วินเทจ  (Vintage)  ที่เน้นสีที่ดูแล้วสบายตา  เช่น  สีขาว  สีชมพูอ่อน ๆ  สีน้ำตาล  เป็นโทนสีหลัก  เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ก็จะออกแนวโทนสีคล้าย ๆ กันหรือออกไปในทางเดียวกันเลย  ซึ่งส่วนใหญ่สาว ๆ ชอบกันมาก  เพราะเป็นแนวที่น่ารัก  สดใส  คิกขุอาโนเนะ  อย่างกับหลุดไปอยู่ในโลกการ์ตูน  เหมาะกับคนที่มีนิสัยอ่อนหวาน  นุ่มนวลเป็นพิเศษ

            -การตกแต่งบ้านสไตล์คลาสสิค  (Classic Style)  เป็นที่นิยมกันมากในหมู่ไฮโซ  หรือเหล่าคนรวยทั้งหลาย  ที่จะเน้นความหรูหราเป็นหลัก  เฟอร์นิเจอร์ทั้งหลายจะมีลวดลายประณีตสูง  ใช้เครื่องหนังตอกหมุดทองเหลือง  ปูพรมตกแต่งพื้นอย่างสวยหรู  บ่งบอกถึงฐานะของเจ้าของบ้าน  รูปทรงตัวบ้านจะมีลักษณะเพดานสูง  ใช้โคมไฟระย้าสวยงาม

            -การตกแต่งบ้านสไตล์แนวร่วมสมัย (Contemporary Style)  จะเป็นการผสมผสานระหว่างการตกแต่งบ้านแบบ  โมเดิร์น  กับ  คลาสสิค  เข้าด้วยกัน  ไม่ได้หรูหราและโมเดิร์นมากจนเกินไป  เป็นการตกแต่งระดับกลาง ๆ ที่ให้ความรู้สึกเป็นสัดส่วน  เรียบง่าย  อบอุ่น  ได้อย่างลงตัว

เท่าที่ได้กล่าวมาข้างต้นก็คงทำให้หลายคนนึกภาพออกบ้างนะครับว่าการตกแต่งบ้านแต่ละสไตล์นั้นเป็นแบบไหน  หลายคนหลากสไตล์  แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล  ลองนำไปใช้ในการตัดสินใจในการแต่งบ้านของคุณดูนะครับ

ที่มาจาก: pangpond.com|>51000<|

มากินตับกันเถอะ ตับๆๆๆ

               shutterstock_256176901

               คิดไปถึงไหนกันแล้วครับ ?  “ตับ”  ที่ในที่นี้  หมายถึง  “ตับหวาน”  เมนูหฤหรรษ์จากแดนอีสานใต้  ที่เป็นเมนูที่คุณผู้ชายทั้งหลายโปรดปรานเป็นอย่างมาก  แถม  “ตับ”  ยังเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ประกอบอาหารหลายชนิด  ไม่ว่าจะเป็น  สุกี้  ก๋วยเตี๋ยว  หรือแม้แต่เด็กตัวเล็กๆ ที่พ่อแม่ชอบเอาตับมาบด  ป้อนให้ลูกกินเสมอ

            เพราะตับนั้นมีประโยชน์ทางโภชนาการมาก  ซึ่งภายในตับจะมีโปรตีน  เป็นสารอาหารหลักที่จะไปช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้  และในตับยังมีวิตามิน บี 2 วิตามิน บี 3 วิตามิน บี 5 วิตามิน บี 6 วิตามิน บี 12  และสารอาหารอีกมากมาย  คนไทยจึงนิยมทานตับเป็นจำนวนมากนั่นเอง

            วันนี้เลยอยากจะแนะนำเมนู  “ตับหวาน”  ให้คุณได้เอาไปทำทานกัน  มาดูกันว่าต้องเตรียมวัตถุดิบอะไรบ้าง

สิ่งที่ต้องเตรียม  คือ

  1. ตับหมู
  2. น้ำปลา
  3. น้ำมะนาว
  4. น้ำตาลทราย
  5. พริกป่น
  6. ข้าวคั่ว
  7. ต้นหอมซอย
  8. ผักชีฝรั่ง
  9. ใบสะระแหน่
  10. ใบมะกรูดซอย

ส่วนวิธีทำนั้นก็ตามขั้นตอนนี้เลยครับ

            เริ่มจากตักน้ำใส่หม้อ  ตั้งไฟให้เดือด  แล้วนำตับหมูมาลวก  (ความชอบของคนไม่เหมือนกัน  บางคนชอบแบบสุก ๆ บางคนชอบนุ่ม ๆ ไม่สุกมาก)  จากนั้นตักขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ

                นำน้ำปลา  น้ำมะนาว  พริกป่น  น้ำตาลทราย  ผสมเข้ากันจนได้ที่แล้วเทลงไปคลุกเคล้ากับตับที่ลวกไว้ก่อนหน้า

                ตามด้วยข้าวคั่ว  ผักชีฝรั่ง  ต้นหอมซอย  และใบสะระแหน่  ใบมะกรูดซอย  จากนั้นคนให้เข้ากัน แล้วสามารถตักใส่จานเสิร์ฟได้เลยครับ

            เมนูนี้ถ้าท่านหญิงหรือท่านชายคนไหนที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง  ไม่แนะนำให้ทำเมนูนี้ครับโดยเฉพาะคนที่เป็นโรคหัวใจ  โรคเกี่ยวกับหลอดเลือด  เพราะในตับหมูนั้นคอปริมาณของคอเลสเตอรอลเป็นจำนวนมาก  ถ้าเกิดคนที่เกิดโรคดังกล่าวรับประทานเข้าไป  อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้  ส่วนท่านใดที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ก็ไม่ดีเช่นกันครับ  เพราะเสี่ยงที่จะเป็นโรคพยาธิได้ครับ

            ข้อสำคัญของเมนูนี้ก็คือ  ก่อนจะนำตับมาประกอบอาหาร  ต้องล้างให้สะอาดดีเสียก่อน  เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพร่างกายตัวของท่านเอง  เราจึงจะได้อาหารที่สดสะอาด  ปลอดภัย  และเมนูนี้สามารถนำมาทานคู่กับผักสดอีกหลากหลายชนิด ลองเอาเคล็ดลับดี ๆ ในการทำ  ตับหวาน  ไปทำกันดูรับรองว่าคุณจะได้อีกเมนูที่แซบไม่แพ้เมนูอื่นเลยครับ

ผู้ที่นอนกัดฟันคุณคิดว่ามีอันตรายหรือเปล่า

shutterstock_285177485

คุณเคยสังเกตตัวเองหรือไม่ในขณะที่นอนคุณนอนกัดฟันหรือเปล่า สำหรับสาเหตุของการนอนกัดฟัน และจะส่งผลต่อสุขภาพแบบใด และจะมีหลักฐานในการยืนยันว่าสภาพทางด้านจิตใจและทางด้านอารมณ์มีส่วนที่จะทำให้ความสัมพันธ์ในการนอนกัดฟันอยู่ระดับอาการนอนกัดฟันนั้น จะมีความแตกต่างกันมากแค่ไหนกับผู้ป่วยแต่ละราย เพราะฉะนั้นการนอนกัดฟันมากเกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน

ผลเสียงของการนอนกัดฟัน

– การนอนกัดฟันจะทำให้เสียบุคลิกภาพได้เป็นอย่างมาก หากคุณไปพักแรมกับใครหลากหลายคน

– การนอนกัดฟันจะทำให้ฟันสึก ฟันบาง แล้วทำให้คอฟันสึกเป็นร่อง โดยจะมีการเสียวฟัน

– ทำให้ใบหน้าดูสั้นลง ซึ่งฟันเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญอย่างมาก ช่วยในการรักษารูปหน้าได้ดี หากฟันเกิดบิน ฟันแตก หรือฟันร้าวนั่นเอง

– ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยล้าบริเวณใบหน้า หรือกล้ามเนื้อการบดเคี้ยวอาหารและข้อต่อเกี่ยวกับขากรรไกร ทำให้ไม่สามารถอ้าปากไม่ขึ้น

การรักษาอาการนอนกัดฟัน

– อาจจะเกิดจากความเครียด คุณควรหยุดคิดเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเครียด

– ควรหยุดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม กาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ

ดังนั้นการนอนกัดฟันจะส่งผลเสียต่อตัวคุณเองเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าคุณนอนกับเพื่อนฝูง หรือนอนกับบุคคลอื่น ๆ จะทำให้คุณต้องเสียบุคลิกภาพกันไปเลย ทางที่ดีควรทำตามข้อแนะนำที่ได้บอกไปนั้น อาจจะสามารถช่วยคุณได้ และลดอากรนอนกัดฟันลงไปบ้างก็ยังดี เพราะฉะนั้นการนอนกัดฟันนั้น ไม่ใช่เรื่องดีแต่อย่างใด จะมีทั้งผลเสียมากมายตามมา เกี่ยวกับฟันของคุณเองได้ จึงต้องพยายามหาวิธีในการป้องกันต่าง ๆ มากมาย เพื่อไม่ให้เกิดอาการนอนกัดฟันกันได้นั่นเอง

ที่มาจาก: pangpond.com|>51022<|

การรับประทานปวดท้องประจำเดือนจะส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

shutterstock_124302109

ผู้หญิงหลากหลายคนที่มีประจำเดือนมักจะมีอาการต่าง ๆ กันมากมาย ไม่ว่าจะปวดท้อง ปวดหลัง ปวดตูด หรือปวดบริเวณต่าง ๆ มากมาย ซึ่งสิ่งนี้เกิดจาการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีประจำเดือน จะมีการปวดท้อง บางคนปวดท้องอย่างรุนแรง จึงต้องมีการอาศัยตัวช่วยให้กับตัวเองบรรเทาอาการปวดลงไปได้ แต่ก็เกิดข้อสงสัยว่าถ้ารับประทานยาแก้ปวดท้องอย่างน้อยเดือนละครั้ง ในวันแรก ๆ ที่มีประจำเดือนจะส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ หรือจะมีวิธีใดบ้างที่ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องได้โดยที่ไม่ต้องรับประทานยาได้หรือไม่

สำหรับการปวดท้องประเดือนในวันแรก ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ปกติ แต่ในการรับประทานยาแก้ปวดก็จะต้องมีข้อระวังหากรับประทานยาในแต่ละวันก็เป็นอันตรายได้เช่นกัน เช่น

ยาแก้ปวดในการลดอักเสบ เช่น Mefenemic Acid จะมีการรับประทาน 1 เม็ดหลังอาหาร อาจจะรู้สึกได้ว่ามีการระคายเคืองทางกระเพาะอาหารได้

พาราเซตามอล ควรกิน 1-2 เม็ด และทุก ๆ 4 ชั่วโมง และไม่ควรกินเกินวันละ 4 มิลลิกรัม หรืออย่างน้อย 8 เม็ด ซึ่งผู้ที่เป็นโรคตับไม่ควรที่จะรับประทานเด็ดขาด

วิธีในการลดปวดแบบอื่น ๆ ได้แก่ การประคบร้อนบริเวณที่รู้สึกปวด จะช่วยบรรเทาให้อาการลดลงได้บ้าง โดยที่ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาแก้ปวดกันเลย

ดังนั้นหากอาการของท่านมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ รับประทานยาแล้วก็ไม่หาย ปวดแบบทรมานแล้วเวลาถ่ายอุจจาระ ก็ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อทำการตรวจสาเหตุเบื้องต้น ซึ่งผู้หญิงทุก ๆ คน ควรรู้ตัวดีว่าตัวเองปวดมากหรือปวดน้อย แต่ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่ปวดท้องประจำเดือนมักจะรับประทานเพื่อเป็นการบรรเทาอาการความเจ็บปวดลง บางคนถึงกลับรับประทานหลายเม็ดเลย เพื่อให้อาการดีขึ้น แต่ก็ไม่รู้เลย ผลที่รับประทานยาเข้าไปเป็นจำนวนมาก ๆ นั้น จะส่งผลให้ร่างกายเป็นอย่างไร

ที่มาจาก: pangpond.com|>51024<|

โอเมก้า 3 กินมากก็ไม่ใช่จะดีต่อร่างกาย

shutterstock_230086324

โอเมก้า 3 ใคร ๆ ก็ต้องพูดว่ามีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพ สำหรับทุกเพศทุกวัย ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาสมอง และสามารถลดเกี่ยวกับระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดได้ดี สามารถเพิ่มระดับไขมัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหลดอเลือด แต่โอเมก้า 3 นั้น ก็จะมีข้อระวังต่าง ๆ ในการรับประทานเช่นเดียวกัน ในการรัประทานมากจนเกินไปก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นเดียวกัน

ข้อเสียของการรับประทานโอเมก้า 3 มากเกินไป

1.ทำให้เกิดอาการเลือดออก เป็นเพราะน้ำมันปลาสามารถไปลดการเกาะตัวของเกร็ดเลือดสามารถส่งผลดีต่อร่างกาย แต่ทำให้เลือดกลับกลายทำการแข็งตัวได้ช้า และทำให้เลือดหลุดไหลยากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากเลือดที่ใสมากเกินไปทำให้เลือดหยุดไหลได้ช้าลง

2.ทำให้เกิดความเสี่ยงกับคนไข้ที่มีระบบหลอดเลือดมีความอ่อนแอ จะมีโอกาสทำให้เกิดหลอดเลือดในสมองแตกได้ และจะทำให้มีเลือดลำเดาไหลออกมา หรือมีเลือดปะปนในปัสสาวะออกมาก็เป็นได้

3.ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานไม่ควรรับประทานโอเมก้า 3 จะมีปัญหาในการควบคุมน้ำตาลในเลือด ได้เป็นอย่างมาก

4.ความดันโลหิตจะมีความลดลง หากคุณเองเป็นคนที่มีความดันที่ต่ำอยู่ ก็จะทำให้มีผลข้างเคียงได้อย่างง่าย ๆ

5.การรับประทานน้ำปลาเพียงอย่างเดียวที่มีสารโอเมก้า 3 โดยเฉพาะผู้ที่เป็นไขมันเลือดสูง เพื่อความปลอดภัยควรที่จะทำการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่า

ดังนั้นโอเมก้า 3 ไม่ใช่จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ก็ค้นพบว่ามีผลเสีย และผลข้างเคียงตามมาเช่นกัน หากคุณเองรับประทานไม่พอเหมาะพอควรก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เพราะฉะนั้นหาคุณอยากจะรับประทาน ควรทำการหาข้อมูลให้ดีเสียก่อน ว่าคุณเองมีโรคใดบ้างที่ไม่สามารถรับประทานโอเมก้า 3 ได้ ถ้าคุณรู้ว่าไม่สามารถรับประทานได้ ก็ควรห่าง ๆ บ้างจะดีกว่า เพราอาจจะมีผลข้าเคียงจนทำให้คุณเดือดร้อนได้เช่นกัน

ที่มาจาก: pangpond.com|>51018<|

ไม่ใช่แค่แก้อาการช้ำรัก “ใบบัวบก” สมุนไพรสารพัดประโยชน์

shutterstock_259693643

ได้ชื่อว่า  “ใบบัวบก”  หลายคนคงคิดแค่ว่าช่วยแก้อาการช้ำในเท่านั้น  เหมาะสำหรับคนที่อกหักมาหมาด ๆ อย่าเพิ่งมองสรรพคุณของใบบัวบกต่ำไปครับ  เพราะคุณประโยชน์ของใบบัวบกนั้นมีมากกว่าที่คุณคิด

“ใบบัวบก”  เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica  เป็นพืชที่เราเห็นได้ง่ายไม่ว่าจะตามห้วย  หนอง  คลอง  บึง  ซึ่งมีประโยชน์หลายด้านไม่ว่าจะใช้เป็นยารักษาโรค  ตัวช่วยในการเสริมความงาม  บำรุงสายตา  รักษาแผล  จนในปัจจุบันมีการนำใบบัวบกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างแพร่หลายอีกด้วย

สมุนไพรรักษาโรค ใบบัวบกมีสรรพคุณช่วยในการรักษาการติดเชื้อของไวรัสตับอักเสบ    โรคลมชัก  ท้องเสีย  ตัวร้อน  คนที่มีอาการอ่อนล้าของระบบประสาทส่วนกลาง  กระเพาะอาหารเป็นแผล  ท้องอืด  อาการปวดข้อของโรครูมาตอยด์  รวมถึงยังรักษาโรคผิวหนังได้อีกด้วย

ใบบัวบกมีฤทธิ์เป็นยาเย็น  จึงเหมาะสมที่จะกินในหน้าร้อนเป็นอย่างมาก  เพราะจะช่วยดับความร้อนในร่างกายให้เข้าสู่โหมดปกติ  แต่ในทางตรงกันข้ามถ้ากินมากเกินไปก็อาจทำให้ไตของเราทำงานหนัก  ส่งผลให้มีอาการชาตามแขนขาได้

ประโยชน์ทางด้านความงาม  ใบบัวบกมีสารที่ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับร่างกาย  จึงเป็นบ่อเกิดให้มีการนำใบบัวบกมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่าง ๆ มากมาย  เช่น  โลชั่น  ครีมบำรุงผิวหน้า  เพื่อคืนความอ่อนวัย  ให้เหมือนวัยรุ่นแรกแย้ม  รักษาผิวพรรณให้ผ่องใสอยู่กับคุณไปนาน ๆ    ใบบัวบกมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ  มีประโยชน์ช่วยต่อต้านความเสื่อมต่างๆ ของร่างกาย  ทำให้มีสายตาดี  ฟื้นฟูรอบดวงตา

ในผู้สูงอายุที่มีความจำสั้นลง  หรือเสี่ยงที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์  ควรจะดื่มน้ำใบบัวบก  เพราะจะทำให้การทำงานของสมองดีขึ้น  มีความจำดี  และใครที่ชอบดื่มน้ำใบบัวบกบ่อย ๆ จะเป็นคนที่มีปฏิภาณไหวพริบดี  เป็นคนฉลาด  เพราะในใบบัวบกมีส่วนช่วยเพิ่มไอคิวสูง

ใบบัวบกช่วยรักษาโรคผิวหนังต่างๆ เช่น โรคเรื้อน โรคสะเก็ดเงิน หิด หัด เป็นต้น  ช่วยระงับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดหนอง  ช่วยลดอาการอักเสบของแผลเป็นอย่างดี และใช้ทารักษาแผลอักเสบจากการผ่าตัดได้อีกด้วย

สรรพคุณใบบัวบก ช่วยรักษาผิวหนังเป็นด่างขาว  ใช้เป็นยาถอนพิษ ช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อน จากแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการใช้ทั้งต้นสดของบัวบกประมาณ 3 ต้นนำมาล้างน้ำให้สะอาด ตำให้แหลกแล้วนำมาพอกแผลไฟไหม้

เห็นไหมล่ะครับว่าใบบัวบกไม่ได้มีประโยชน์แค่แก้ช้ำในเท่านั้น  ยังช่วยในเรื่องของความสวยความงาม  ยารักษาโรค  สารพัดประโยชน์จริง ๆ แต่ทุกสิ่งอย่างต้องมีปริมาณที่พอเหมาะถ้ากินมากเกินไปก็ก่อผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน  ฉะนั้นเราต้องกินให้พอดี  ใช้ให้พอเหมาะ  รู้เท่าทันโรค  เท่านี้ก็มีสุขภาพที่แข็งแรงแซงทางโค้งแล้วครับ

การเลือกลูกชิ้นปลาที่ทำให้ห่างไกลจากสารเรืองแสง

shutterstock_271375943

สำหรับใครที่ชื่นชอบรับประทานลูกชินปลา มักจะไม่ค่อยรู้เลยว่ามีสารปนเปื้อนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่คุณควรที่จะต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีสารเรืองแสงในลูกชิ้นปลา เพราะฉะนั้นควรเลือกซื้อจากร้านที่ความน่าเชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ จึงทำให้เราห่างไกลจากสารปนเปื้อนแต่ละชนิดได้เช่นกัน ส่วนใหญ่แล้วสารปนเปื้อนนั้น เราจะไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนมากนัก แต่เราก็ควรเลือกสินค้าที่ดูน่าปลอดภัย

สารปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

ซูโดโมแนส มักจะอยู่บริเวณเมือกที่มีการปกคลุมบนผิวด้านนอก และผิวด้านในทางเดินอาหารของปลานั่นเอง จะมีสายพันธุ์ที่จะทำให้เกิดอันตรายได้ และไม่เกิดอันตรายได้ต่อร่างกายได้ สำหรับสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดอันตราย คือ มีเอนไซม์สลายในเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดโรคติดเชื้อในทางปัสสาวะ และโลหิตเป็นพิษ

วิปริโอ จะมีการพบมากในธรรมชาติเช่น ผัก ผลไม้ และอาหารประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย จะมีทั้งที่มีอันตรายและไม่มีมีอันตราย เช่นกัน ซึ่งชนิดที่มีอันตรายนั้นจะก่อให้เกิดโรคอหิวาตกโรค และกระเพาะลำไส้อักเสบ แต่สำหรับแบคทีเรียชนิดนี้จะสามารถมีการทำลายได้ด้วยการใช้ความร้อนอย่างน้อย 56 องศา

ดังนั้นสารปนเปื้อนที่อยู่ในเชื่อแบคทีเรียอาจจะส่งผลให้กระบวนการในการผลิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะต่อร่างกายได้ เช่น การฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ไม่มีความเหมาะสมให้เชื้อโรคนั้นหมดไปได้ หรือมีการปนเปื้อนในการผลิตไม่ว่าจะเป็นการบรรจุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการผลิต รวมทั้งในการขนส่งและการรอจัดจำหน่าย หากคุณเก็บผลิตภัณฑ์ในอุณหภูมิที่มีความสูงกว่า 4 องศาเซลเซียส จะสามารถทำให้กลายเป็นว่าเชื้อแบคทีเรียมีการเติบโตได้อย่างรวดเร็วได้นั่นเอง และนี่ก็ถือได้ว่าคุณควรเลือกรับประทานอาหารหรือลูกชิ้นปลากันมากยิ่งขึ้น

ที่มาจาก: pangpond.com|>51020<|

ทานตะวันมีประโยชน์อย่างมากมาย

shutterstock_179177264

ดอกทานตะวันคุณคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว่า เป็นดอกที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก แต่ถ้าพูดถึงประโยชน์ของทานตะวันทุกส่วนนั้น คงอาจจะไม่รู้จักกันเลย ซึ่งทานตะวันเกิดขึ้นมานานแล้ว โดยคนจึงจะมีความนิยมนำใบทานตะวันไปตากแห้งและนำมามวนเป็นยาขนาดใหญ่ แล้วทำการจุด เพื่อที่จะทำการการฝังเข็ม กลายเป็นการรักษาแบบฝังเข็มกันไปเลย จะมีการใช้มาเป็นพัน ๆ ปี กันแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยนิยมนำมาใช้กันมากนัก

ประโยชน์ของทานตะวัน

-คนจีนมักจะนำเส้นใยบริเวณก้านมาทำการทอเพื่อที่จะใช้เป็นผ้าเนื้อแบบหยาบ ๆ

-สำหรับในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์จะใช้ประโยชน์จากทานตะวันบริเวณก้านของทานตะวัน ที่จะมีลักษณะหยุ่น ๆ ซึ่งส่วนนี้จะสามารถนำมาทำเป็นเยื่อกระดาษได้ดีอีกด้วย

-ดอกทานตะวันถึงแม้ว่าจะสวยสามารถนำมาปักเจกันได้ แต่ก็สามารถนำทานตะวันมาทำการวาดภาพศิลปะต่าง ๆ ได้

-กลีบดอกกุหลาบจะดูว่ามีสีสันสดใส แต่ก็สามารถมาทำการต้มใช้เป็นยาย้อมผ้าที่เป็นสีเหลืองได้

-เมล็ดทานตะวันเป็นอาหารที่ดีเลิศ นำมาคั่วใส่เกลือก็สามารถรับประทานกันได้ ซึ่งจะมีทั้งวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และยังอุดมไปสารต่าง ๆ มากมาย

-เมล็ดทานตะวันยังจะมีน้ำมัน สามารถนำมาสกัดเป็นนำมัน เพื่อใช้บริโภคได้ดีอีกด้วย

ดังนั้นประโยชน์ของทานตะวันทุกส่วนนั้น สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในรับประทานกันได้อย่างง่าย ไม่ใช่เพื่อความสวยงามเอาไว้ชื่นชอบเพียงอย่างเดียว แต่ก็ยังสามารถนำมาสกัดเป็นสิ่งที่ประโยชน์ได้หลากหลายอย่างด้วยกัน ทำให้ทุกวันนี้ ที่คุณเห็นมีต้นทานตะวันเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าตามสถานที่ต่าง ๆ หรือจะรวมไปถึงบ้านพักอาศัยก็จะเห็นมีผู้คนปลูก เพื่อช่วยความสวยงาม และมีความโดดเด่น ได้เช่นกัน

ที่มาจาก: pangpond.com|>51026<|

แพ็คกระเป๋ายังไงให้พร้อมที่สุดสำหรับการเดินทาง

shutterstock_125928674

              สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวคำนึงถึง คือ  “กระเป๋าเดินทาง”  ว่าจะเลือกใบเล็ก  ใบกลาง ๆ หรือใบใหญ่ดี  ถึงจะเหมาะที่สุด

            โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างเรา ๆ ที่จะให้สำคัญกับการเก็บข้าวของยัดใส่กระเป๋าเป็นอย่างมาก  แตกต่างจากผู้ชายที่มีข้าวของเครื่องใช้เพียงไม่กี่ชิ้น  สาเหตุก็คือ  ผู้หญิงเป็นเพศที่รักสวยรักงาม  ไหนจะเครื่องประทินผิว  ไหนจะเสื้อผ้าอาภรณ์  รองเท้า  นับได้เลยว่ากระเป๋าเดินทางของผู้หญิงส่วนใหญ่เปรียบเสมือนร้านกิ๊ฟช็อป หรือไม่ก็คลังความสวยความงามดีดีนี้เอง  ทีนี้มาดูกันค่ะว่า  เราควรจะแพ็คกระเป๋ายังไงให้พร้อมที่สุดสำหรับการเดินทาง

            –  อันดับแรกเราต้องคำนวณต้องคำนวณดูก่อนว่าเราจะไปกี่วัน  ไปไหนที่ไหนบ้าง  แล้วค่อยเลือกชุดว่าแบบไหนถึงจะดีที่สุด

            –  เลือกชุด  คุณควรจะเลือกชุดที่สามารถใส่ได้หลายโอกาส  บางคนขนไปเยอะอย่างกับจะย้ายบ้าน แต่จริง ๆ ใส่ไม่กี่ชุด

            –  จัดการถ่ายเครื่องสำอาง  เครื่องประทินผิวทั้งหลาย  ใส่ในขวดหรือตลับที่มีขนาดเล็ก  สำหรับครีมหรือโฟมล้างหน้า  ที่เป็นปัญหากันเหลือเกินที่ต้องเดินทาง  แล้วมักทะลักออกมาเปรอะเปื้อนกระเป๋า  แค่หาถุงเล็กที่มีซิปล็อกไปหมดปัญหาแล้วค่ะ  เราจะได้ไม่ต้องขนกระปุกใหญ่ยักษ์ไปตลอดทาง  เพื่อจะได้ประหยัดพื้นที่ภายในกระเป๋าของคุณ  และควรใส่กระเป๋าใบเล็ก ๆ แยกไว้ต่างหากจะได้ดูเป็นสัดส่วน  และหยิบใช้ได้ง่ายมากขึ้น

            –  เตรียมหยูกยาให้พร้อม   ยิ่งสำหรับคนที่มีโรคประจำตัว  หรือร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงด้วยแล้ว  ต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมหยูกยาเป็นอย่างมาก  จะได้ไม่เป็นลมเป็นแล้งกลางทาง  ไม่ต้องเป็นภาระของคนอื่น  และจะได้เที่ยวให้มีความสุขสมใจ

            –  เรื่องของรองเท้า  โดยเฉพาะคุณผู้หญิง  ขอเน้นให้เลือกรองเท้าที่สามารถใส่ได้สบาย ๆ และใส่ได้หลายโอกาส

            –  เครื่องมือสื่อสาร  เป็นสิ่งสำคัญค่ะ  เช็คสายชาร์จให้พร้อม  เผื่อเวลาหลงทางจะได้โทรให้เพื่อนมารับได้

            –  เครื่องประดับ  สร้อยคอ  ตุ้มหู  แหวน  นาฬิกาข้อมือ  ให้แพ็คใส่ถุงเล็ก ๆ แยกเป็นแต่ละประเภทไป  เพื่อจะได้หยิบใช้ได้สะดวก  และไม่ต้องกังวลว่าสร้อยคอจะพันตุ้มหู  อะไรประมาณนี้

            ทุกวันนี้เวลาเดินทางท่องเที่ยวที่ไหนก็ตาม  แต่สุดท้ายเราก็ต้องพักโรงแรงหรือรีสอร์ทซะส่วนมาก

เค้าจะมีบริการซักอบรีดให้  ฉะนั้นในกรณีที่เราพักหลายวัน  เราก็ไม่จำเป็นต้องขนเสื้อผ้าไปเยอะ  ซักตาก  ก็ใช้ได้ผลถ้าคุณไม่อยากให้กระเป๋าหนักเกินไป

            เทคนิคในการแพ็คกระเป๋าที่ดีแบบไม่ทำให้เสื้อผ้ายับ  คือให้ม้วนเอาค่ะ  จัดวางทุกสิ่งอย่างให้เป็นสัดส่วน  เพื่อที่เราจะได้ตรวจสอบได้ว่าเราลืมอะไรหรือเปล่า  คราวนี้เราก็พร้อมสำหรับการเดินทางแล้วค่ะ  และที่สำคัญคือ  อย่าลืมเตรียมสะตุ้งสตางค์ให้เพียงพอสำหรับทริปนี้  แล้วก็อย่าลืมซื้อของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากกันด้วยนะค่ะ ^.^