แชร์ประสบการณ์ จัดบ้านรับหน้าร้อน

shutterstock_158445614

จะว่าไปแล้วคงไม่ใช่แค่ฤดูร้อนเท่านั้น เพราะอากาศบ้านเราขนาดฤดูหนาวบางวันยังร้อนปรอทแทบแตกเลยทีเดียว ฤดูฝนในวันที่ฝนไม่ตก มันก็หน้าร้อนดีๆนี่เอง สรุปเมืองไทยเรามี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูร้อนมาก และ ฤดูร้อนม๊ากมาก ซึ่งการจะทำให้บ้านเย็นนั้น หลายคนเลือกที่จะติดเครื่องปรับอากาศเพื่อคลายร้อน แต่บางคนที่งบประมาณไม่เพียงพอล่ะจะทำยังไงให้บ้านเย็นได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ วันนี้มีวิธีการจัดบ้านรับหน้าร้อนและอากาศร้อนของบ้านเรามาฝากกัน

1.ปลูกต้นไม้บังแดด ต้องบอกว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุดก็ว่าได้ แถมใช้กันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ โดยหลักการปลูกต้นไม้บังแสงที่ถูกต้องนั้น คุณต้องรู้ว่าแสงแดดในแต่ละช่วงจะส่องเข้ามาทางไหนของตัวบ้าน คุณก็ควรปลูกต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นกับตัวบ้านเอาไว้กั้นแสงจากทิศทางนั้น โดยต้องเป็นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่พอสมควร แล้วถ้าเป็นไม้มงคลได้จะยิ่งดีมาก ลองศึกษาดูครับว่าต้นอะไรที่เหมาะกับคุณ ข้อควรระวังสำหรับการปลูกไม้ใหญ่คือปลูกให้ห่างจากโครงสร้างบ้าน เช่นพื้นคอนกรีต จะได้ไม่มีปัญหาพื้นร้าวตามมา

สำหรับบ้านที่มีการเทพื้นคอนกรีตไว้รอบตัวบ้านแนะนะว่าให้คุณหากระถางต้นไม้มาวางไว้รอบๆจะช่วยระบายความร้อนได้และเวลารดน้ำต้นไม้ก็รดน้ำลงไปบนพื้นคอนกรีตด้วยเลย เพียงแค่นี้บ้านของคุณก็จะไม้ร้อนจนเกินไปแล้ว

2.ทำช่องทางระบายอากาศและรับลม การที่บ้านสมัยก่อนมีการทำหน้าต่างเอาไว้เยอะๆก็อาจด้วยเหตุเพราะเพื่อช่วยระบายความร้อน และรับลมที่พัดเข้าสู่ตัวบ้านนั่นเอง ทิศทางลมก็เป็นอีกเรื่องที่คุณต้องสังเกตก่อนการก่อสร้างบ้านได้ยิ่งดี จะได้วางแผนออกแบบบ้านให้รับลมจากธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศมากนัก แต่หากบ้านที่คุณอยู่ไม่มีหน้าต่างระบายลมตั้งแต่แรก คุณอาจต้องยอมเสียเงินสักหน่อยเพื่อรีโนเวทบ้าน แต่รับรองว่าระยะยาวแล้วคุ้มค่าแน่นอน

3.ใช้น้ำดับร้อน หลักการง่ายๆคือใช้น้ำดับร้อน ไม่ว่าจะเป็น การสร้างบ่อปลาเล็กๆไว้ในบ้าน การทำน้ำตกจำลองเพื่อให้มีน้ำไหลในบ้านตลอดเวลา หรือการมีตู้ปลาขนาดเหมาะสมสักตู้ไว้ในบ้านก็จะช่วยคลายความร้อนในบ้านได้ แถมสบายตาสบายใจเวลาได้นั่งดูปลาว่ายน้ำไปมาอีกด้วย แต่ถ้าร้อนมากๆ มีอีกวิธีคือ การทำระบบพ่นไอน้ำไว้ในรอบๆบ้าน ด้วยการซื้อหัวพ่อหมอกตามร้านขายอุปกรณ์จัดสวนมาติดตั้ง ราคาไม่สูงมากแต่รับรองได้ทั้งความเย็นและบรรยากาศก็ดีอีกด้วยล่ะ

ง่ายๆแค่นี้บ้านคุณก็จะไม่กลัวอากาศร้อนอีกต่อไป ร่มรื่นร่มเย็นได้ทุกฤดูแบบไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศเลยทีเดียว

5 อาการแทรกซ้อนที่คุณแม่ต้องระวังขณะตั้งครรภ์

shutterstock_163796696

การตั้งครรภ์ของคุณมาทั้งมือใหม่และมือเก่า โดยปกติก็จะผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ร่างกายและจิตใจมีการปรับตัวไปตามกลไกของธรรมชาติ แต่ก็มีมีบางกรณีที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายทีเดียวมาดูกันว่าภาวะแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์นั้นมีอะไรบ้าง

1.การท้องนอกมดลูก เกิดจากไข่ที่ได้รับการผสมแล้วฝังตัวอยู่ในท่อนำไข่แทนที่จะฝังตัวอยู่ในมดลูก การท้องนอกมดลูกนี้พบได้น้อยแต่หากทิ้งไว้ไม่รักษาก็จะมีผลร้ายแรงได้ โดยอาจทำให้ท่อนำไข่ฉีกขาดและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของคุณแม่ได้ อาการที่สังเกตได้คือ ปวดบริเวณหน้าท้อง มีเลือดออก อ่อนล้าคลื่นไส้อาเจียน ควรไปพบแพทย์เพื่อผ่าตัดเอาทารกในครรภ์ออก ล้าถ้ามีการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปควรทำอัลตร้าซาวด์ตั้งแต่เนิ่นๆ

2.โรคเบาหวานในระหว่างตั้งครรภ์ เกิดจากการที่ฮอร์โมนบางอย่างไปทำให้การผลิตอินซูลินในร่างกายผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้ลูกน้อยที่เกิดมามีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งควรต้องได้รับการรักษาโดยเร็วหลังคลอด อาการที่สังเกตได้คือ หิวและกระหายมากกว่าปกติ ปัสสาวะบ่อย ความดันโลหิตสูงขึ้น มีอาการติดเชื้อในช่องคลอด คุณแม่ต้องไปพบนักโภชนาการเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการควบคุมระดับน้ำตาล แต่อาการนี้มักหายไปเองหลังคลอด

วิธีนอนให้หลับสบาย ๆ ในหน้าร้อน

อากาศร้อน ๆ แบบนี้ ไม่ว่าใครก็นอนไม่หลับกันทั้งนั้น เพราะความร้อนมันแทรกแซงความเย็นที่แทบจะไม่มีคงเหลืออยู่ ถึงแม้จะเป็นช่วงดึกก็ตาม แต่ก็ยังคงมีอุณหภูมิความร้อนตามฤดูกาล เพราะฉะนั้น วันนี้เราจึงมีวิธีที่ทำให้คุณได้นอนหลับแบบสบาย ๆ ในหน้าร้อน มาฝากเพื่อน ๆ ให้ได้ศึกษาเป็นแนวทางกันค่ะ

1.พยายามนอนและตื่นให้เป็นเวลาเข้าไว้

ก่อนที่คุณจะนอนประมาณหนึ่งชั่วโมง ขอให้คุณจัดระยะเวลาหรือตารางกิจวัตรประจำวันให้ดีเสียก่อน ซึ่งถ้าหากคุณอยากจะทำอะไร ก็ขอให้ทำเป็นระเบียบแบบแผน ทำแบบซ้ำ ๆ เดิม ๆ เพื่อให้เข้าใจหลักการ ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกาย การอาบน้ำ การสวดมนต์ หรือแม้กระทั่งการเข้านอน ซึ่งถ้าหากคุณทำแบบนี้เป็นประจำ ภายในระยะเวลา 1 – 2 เดือนเท่านั้น ร่างกายของคุณจะคุ้นเคย และชินกับการนอนหลับแบบเป็นเวลา ซึ่งถือได้ว่าเป็นการสร้างสภาวะของนาฬิกาชีวิตของคุณโดยตรง เพื่อส่งผลทำให้ฮอร์โมนภายในร่างกายของคุณนั้นมีความสมดุลกัน

และที่สำคัญก็คือ การนอนและตื่นให้เป็นเวลา ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างแท้จริง เพราะสุขภาพของคุณจะดีได้ คุณจะต้องนอนให้ได้ 6 – 8 ชั่วโมง ส่วนการนอนชดเชยหรือนอนแบบแบ่งช่วงเวลา เพื่อที่จะให้ครบทั้งหมด 8 ชั่วโมง ถือได้ว่าเป็นวิธีการนอนที่ผิด และไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายแต่อย่างใด ถ้าหากจะนอนดึก ก็ไม่ควรนอนเกิดเวลาห้าทุ่ม

2.พยายามไม่ดูสิ่งที่กระตุ้นความคิด

การดูหนังที่มีความตื่นเต้นและน่ากลัวก่อนที่คุณจะเข้านอน หรือแม้กระทั่งการเลือกเล่นอินเตอร์เน็ตก่อนนอน ถือได้ว่าเป็นการกระตุ้นสมองให้กลับมาคิดใหม่ และเป็นการสร้างความตึงเครียดโดยที่คุณอาจจะไม่รู้ตัว และกว่าที่คุณจะรู้สึกง่วง สมองก็อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการจัดการข้อมูลมากถึง 2 – 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว ยิ่งคิดเยอะก็ยิ่งนอนไม่หลับแน่นอน

ที่มาจาก: pangpond.com|>50317<|

วิธีการเพิ่ม Speed ให้กับ Nexus 6 ที่เราก็ทำได้

Nexus 6 นับว่าเป็น Smartphone อีกรุ่นหนึ่งที่มาพร้อมกับ Spec ภายในตัวเครื่องที่มากพอสมควร แต่การที่ Spec ของตัวเครื่องที่มากอยู่แล้วนั้นก็ไม่ได้แปลว่าในการใช้งานของเราในแต่ละวันนี้นั้นตัวเครื่องจะยังคงใช้งานได้เร็วเหมือนเดิมอยู่ตลอดเวลานั้นเอง สำหรับเพื่อนๆ คนใหนที่ใช้งาน Nexus 6 ไปแล้วรู้สึกว่าตัวเครื่องของเรานั้นทำงานช้าขึ้นนั้น และไม่รู้ว่าปัญหาของอาการดังกล่าวนั้นมาจากใหน วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปดุกันว่าเราจะทำอย่างไรให้ Nexus 6 ของเรานั้นกลับมาใช้งานได้เร็วเหมือนเดิมนั้นเอง

nexus-6-review-phone-1200-80

เลือก Clear ไฟล์ cache

ไฟล์ cache เป็นไฟล์รุปแบบหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการจดจำสิ่งต่างๆ ที่เราเปิดใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน Feature ต่างๆ รวมไปถึง แอปพิเคชั่นต่างๆ ภายในเครื่องของเราอีกด้วย สำหรับวิธีการ Clear ไฟล์ cache บน Nexus 6 จะมีด้วยกัน 2 แบบ แบบที่ 1 จะเป็นการใช้งานแอปพิเคชั่นอย่าง  CCleaner หรือ Clean Master เพื่อช่วยลบไฟล์ดังกล่าวนั้นเอง แบบที่ 2 จะเป็นการเข้าไปลบไฟล์ cache ของแอปพิเคชั่นตัวนั้นๆ โดยตรงดังนี้ Settings

ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรที่ได้รับความนิยมในอันดับต้น ๆ

shutterstock_238215073

ฟ้าทะลายโจร ถือได้ว่าเป็นสมุนไพรไทย ที่ได้รับความนิยมและถูกเลือกนำมาใช้ในอันดับต้น ๆ เนื่องจากในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันภายในร่างกายนั้น ฟ้าทะลายโจรกลับมีสรรพคุณทางด้านนี้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังคงจัดได้ว่าเป็นสมุนไพร ที่ถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติของประเทศไทยโดยแท้ สามารถใช้บรรเทาอาการหวัด ไม่ว่าจะเป็น อาการเจ็บคอ อาการปวดเมื่อ หรือแม้กระทั่งอาการท้องเสียที่ไม่ติดเชื้อ

กลไกการออกฤทธิ์ของสาระสำคัญภายในฟ้าทะลายโจร ที่มีผลต่อร่างกาย มี 3 กลไก ดังนี้

1.มีฤทธิ์ช่วยลดไข้ สามารถต้านอาการอักเสบ และสามารถลดอาการต่าง ๆ จากหวัดได้เป็นอย่างดี

2.มีฤทธิ์ช่วยลดการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส และสามารถทำให้เชื้อไวรัสเกาะติดที่ผนังเซลล์ลดลงไป จึงทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ยากยิ่งขึ้น

3.มีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ส่งผลทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่าคุณจะรับประทานฟ้าทะลายโจรในระยะสั้นหรือระยะยาว ก็ยังคงปลอดภัยและไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการรักษาอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากหวัด นับได้ว่าสรรพคุณทางด้านนี้ดีที่สุด

ข้อควรระมัดระวังในการเลือกใช้ฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจรภายในสตรีมีครรภ์ และสตรีที่ให้นมบุตร ไม่ควรเลือกใช้ฟ้าทะลายโจร เนื่องจากน้ำต้มจากฟ้าทะลายโจรนั้น มีผลทำให้หนูทดลองเกิดอาการแท้งได้นั่นเอง

ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจร เพื่อบรรเทาอาการไข้หรือเจ็บคอ ที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Streptococcus group A ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาการที่มีความรุนแรง และการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มนี้นั้น อาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นมาได้อีกด้วย

ที่มาจาก: pangpond.com|>50313<|

ท่าโยคะที่ทำให้คุณสาว ๆ บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน

shutterstock_176981489

สำหรับสาว ๆ ที่มีประจำเดือน มักจะมีอาการปวดท้องอยู่บ่อย ๆ ไม่รู้จะหาวิธีใดในการดูแลอาการปวดท้องดังกล่าว ซึ่งผู้หญิงหลากหลายคนมักจะมีการรับประทานยาแก้ปวดท้องประจำเดือน ทำให้สาว ๆ บางคนอาจจะมีการสงสัยกับอาการปวดท้องนั้นเกิดจากสาเหตุใด แล้วจะมีวิธีใดที่จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยลงได้เปล่า และวันนี้จึงได้มีวิธีการแก้ปวดท้องประจำเดือน โดยการเล่นโยคะแบบง่าย ก็สามารถทำให้อาการปวดท้องประจำเดือนนั้นหายไปได้เช่นกัน

ซึ่งอาการปวดท้องประจำเดือน ถือได้ว่าเป็นการปวดท้องแบบปกติ แต่สาว ๆ น้อยคนที่จะมีอาการปวดท้องมากถึงมากที่สุด บางคนอาจจะมีอาการปวดท้องจนลมลงไปเลยก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นสาเหตุของอาการปวดท้องก็อาจจะมาจาก ฮอร์โมนที่ไม่สมดุลกัน ทำให้ตำแหน่งของมดลูกที่ได้อยู่ต่ำกว่าปกติ เกิดจากความเครียดในการทำงาน หรืออาจจะเกิดจากความอ้วนก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีการลดความเครียดให้น้อยลง พร้อมกับการบริหารร่างกายตั้งแต่แรกเริ่ม ในช่วงที่ตนเองมีประจำเดือนใหม่ ๆ โดยการทำต่อเนื่องประมาณสามสัปดาห์ เพียงแค่นี้ก็จะทำให้อาการปวดท้องในระหว่างที่คุณสาว ๆ มีประจำเดือนก็จะเบาลงไปได้

สำหรับท่าโยคะที่คุณสาว ๆ ควรที่จะใช้ เป็นท่าบรรเทาอาการปวด นั่นก็คือ ท่าธนู เป็นท่านอนคล่ำราบไปกับพื้น แล้วทำการงอเข้าขึ้นให้ชีฟ้า แล้วนำมือรวบข้อเท้าไว้ และเกร็งหน้าท้องพร้อมไปกับการหายใจเข้า ในขณะที่ยกขา พร้อมกับเหยียดแขนไปให้สุด ตาต้องมองไปข้างหน้าพร้อมกับปล่อยจิตใจให้เกิดความว่างเปล่า ซึ่งท่านี้เป็นท่าที่ช่วยฝึกให้หน้าท้องมีความแข็งรง และช่วยให้มดลูกเกร็งและมีความแข็งแรงได้มากยิ่งขึ้น ทางที่ดีคุณสาว ๆ ควรทิ้งท่านี้ไว้ประมาณ 15 นาที และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นท่าโยคะที่สามารถช่วยให้คุณสาว ๆ หลากหลายคนบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ลงลงไปบ้างเช่นกัน

ที่มาจาก: pangpond.com|>50367<|

เผื่อใครยังไม่รู้ ปัญหาบนท้องถนนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

shutterstock_219899893

ชีวิตหลังพวงมาลัยคือการต้องตัดสินใจและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเส้นทาง ทั้งปัญหาของรถ ปัญหาจากตัวผู้ขับขี่ รวมถึงจากผู้ร่วมทางคันอื่นๆด้วย การรู้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆไว้บ้างอาจช่วยให้คุณรอดพ้นสถานการณ์ตึงเครียดบนท้องถนนได้บ้าง มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้างที่ควรรู้ไว้ในเบื้องต้น

เบรกแตก หากคุณต้องอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขนาดขนาดนี้ แน่นอนว่าอาจถึงขั้นตกใจสุดขีดหัวใจเต้นรัวๆ วิธีการรับมือกับสถานการณ์นี้คือ คุณต้องตั้งสติให้มั่น อย่าตกใจจนเกินไป(ทันไหม) สิ่งที่ต้องทำคือ เปลี่ยนเกียร์เป็นเกียร์ต่ำ เพื่อชะลอความเร็วของรถ จากนั้นจึงค่อยๆดึงเบรกมือช้าๆ อย่าดึงขึ้นแรงๆแบบทันทีครับ เพราะอาจจะทำให้รถหมุนคว้างกลางถนนได้ เมื่อรถชะลอความเร็วลงแล้วให้นำรถเข้าข้างทางแล้วปิดกุญแจทันที

เครื่องยนต์ร้อนจัดทำอย่างไรดี วิธีสังเกตง่ายๆคือดูที่เข็มความร้อนนั่นเองครับ ถ้ามันสูงเกินปกติ โดยทั่วไปถ้าเกินครึ่งหนึ่งขึ้นไปอีกนั่นถือว่าเริ่มผิดปกติแล้วครับ เมื่อเจอกับสถานการณ์แบบนี้ให้คุณจอดรถในที่ปลอดภัย ดับเครื่องยนต์ แล้วเปิดฝากระโปรงรถ นั่งรอสักครู่ให้เครื่องเย็นลง อย่าเพิ่งเปิดฝาหม้อน้ำในขณะที่เครื่องยังร้อนอยู่โดยเด็ดขาดอันตรายมากครับเพราะน้ำในหม้อน้ำอาจจะกำลังเดือดและมีแรงดันสูงขนาดที่พุ่งออกมาใส่ตัวคุณได้เลยทีเดียว พอรอจนเครื่องยนต์และหม้อน้ำเย็นลงแล้ว จึงเปิดหม้อน้ำและค่อยๆเติมน้ำลงไป ขั้นตอนต่อจากนี้คือ ถ้าขับต่อไปสักระยะแล้วความร้อนเกิดขึ้นมาสูงอีก ให้พารถของคุณไปพบช่างที่ใกล้ที่สุดครับ เพื่อหาสาเหตุ ซึ่งปกติ นอกจากหม้อน้ำแล้วก็อาจเกิดจาก เครื่องยนต์มีปัญหาทำให้ความร้อนสูง หรือระบบไฟหน้าปัดรวนก็เป็นได้ครับ

คุณผู้หญิงควรระวัง หากคุณเป็นผู้หญิงแล้วต้องขับรถเดินทางไปทำธุระยังที่ต่างๆอยู่เสมอๆ ให้หมั่นสังเกตสิ่งรอบตัวอยู่เสมอๆ เพราะบางครั้งรถที่ตามมาข้างหลังคุณนั้นอาจไม่ประสงค์ดีก็ได้ ลองสังเกตดูว่า เขาตั้งใจขับมาเส้นทางเดียวกับคุณตลอดเวลาหรือเปล่า หรือว่าเขาใช้เส้นทางนั้นอยู่แล้ว อาจจะทดสอบง่ายๆด้วยการเปิดไฟสัญญาณเลี้ยวซ้าย ดูซิว่าเข้าจะแซงขึ้นไปหรือเปล่า ถ้าเขาไม่ยอมแซงควรระวังไว้ให้ดี ให้คุณพยายามขับไปในที่ชุมชนที่มีผู้คนพลุกพล่านแล้วจอดรถ ถ้าเป็นกลางคืนควรจอดในที่ๆมีแสงสว่างหรือจอดที่ป้อมตำรวจได้ยิ่งดี จะปลอดภัยกว่าครับ

ปัญหาต่างๆบนท้องถนนมีเยอะแยะมากมายสิ่งที่คุณควรต้องทำคือ ศึกษาเอาไว้บ้างว่าถ้าเกิดปัญหาขึ้นจริงๆคุณจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร จะช่วยลดความตกใจและทำให้เรามีสติมากขึ้นครับ

ที่มาจาก: pangpond.com|>50234<|

วิธีนอนหลับให้สบายในหน้าร้อน (ตอนที่2)

shutterstock_130607660

สำหรับบทความนี้ เราจะมากล่าวถึงวิธีนอนหลับให้สบายในหน้าร้อนกันต่อค่ะ จากบทความเดิมตอนที่แล้ว ที่เราได้กล่าวถึงวิธีนอนหลับให้สบายกันมาบ้างแล้ว สำหรับในบทความนี้ เราจะมาเพิ่มเติมวิธีดี ๆ ที่จะทำให้คุณได้นอนหลับมากยิ่งขึ้น ส่วนจะมีวิธีไหนบ้างนั้น เราไปดูกันเลย

3.พยายามหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

ถ้าหากคุณเลือกที่จะดื่มชาและกาแฟก่อนนอน ต้องขอบอกเลยว่า พฤติกรรมนี้จะทำให้คุณนอนไม่หลับชัวร์ ๆ เป็นเพราะเครื่องดื่มที่คุณได้ดื่มในรูปแบบชาและกาแฟ มีคาเฟอีนปะปนอยู่ด้วย แต่ถ้าหากเป็นเครื่องดื่มประเภท น้ำสมุนไพร น้ำใบเตย น้ำเก๊กฮวย หรือแม้กระทั่งน้ำลอยดอกมะลิ นมอุ่น ๆ หรือน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชาก่อนนอน จะช่วยทำให้ภายในร่างกายของคุณนั้น มีฤทธิ์เย็นมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย และทำให้นอนหลับได้สบายนั่นเอง แต่ถ้าหากคุณต้องการใส่น้ำตาลเพิ่มความหวาน ก็ยังคงสามารถใส่ได้ แต่ควรใส่ให้พอดีแค่เพียง 4 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชาเท่านั้น

4.พยายามปล่อยวางความเครียดเสียให้หมด

เวลาที่นอนไม่หลับ ถือได้ว่าส่วนหนึ่งมาจากอาการคิดมาก เนื่องจากสมองและร่างกายนั้น ยังคงพยายามทำงานอยู่ และในขณะที่จิตใจก็ยังคงคิดที่จะให้อภัยไม่ได้ เนื่องจากรู้สึกติดค้างและเสียใจ แต่ถ้าหากคุณรู้จักที่จะปล่อยวางจิตใจ คุณจะสามารถนอนฝันดีได้ทันที หรือถ้าหากใครอยากจะทดลองฝึกหายใจให้ถูกวิธี ก็สามารถทำได้ ด้วยการกำหนดลมหายใจให้ลึกถึงท้อง และพยายามผ่อนลมหายใจออกมายาว ๆ เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถนอนหลับพักผ่อนในช่วงหน้าร้อนไอย่างเต็มที่แล้วละค่ะ

 

ที่มาจาก: pangpond.com|>50319<|

7 วิธีสร้างสุขสำหรับว่าที่คุณแม่

shutterstock_179590946

หนึ่งชีวิตที่กำลังเติบโตอยู่ในท้องของคุณแม่ คือสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดของมนุษย์เรา ดังนั้นการดูแลลูกน้อยในครรภ์จึงเป็นเรื่องที่คุณแม่ทุกคนใส่ใจ มีการพิสูจน์แล้วว่า เมื่อคุณแม่มีความสุข มีสุขภาพจิตใจที่ดี ลูกน้อยก็จะมีพัฒนาการที่ดีตั้งแต่อยู่ในครรภ์เลยทีเดียว วันนี้มี 7 วิธีสร้างสุขสำหรับว่าที่คุณแม่ มาฝากกัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1.จดบันทึกหรือถ่ายรูปเก็บไว้เตือนความจำ การจดบันทึกพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาเช่น เริ่มรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ ไปพบหมอเพื่อฝากครรภ์ รู้เพศลูก ลูกเริ่มดิ้น เหล่านี้จะทำให้คุณแม่รู้สึกสนุกกับการได้สังเกตอายุครรภ์ในช่วงต่างๆรวมถึงความรู้สึกในแต่ละช่วงเวลา ส่วนการถ่ายรูปเก็บไว้ดูหรือเอาไว้ให้ลูกดูเมื่อเขาโตขึ้นนั้น ก็ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างคุณแม่(และคุณพ่อด้วย)กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี

2.สร้างสุขด้วยการหัวเราะ คุณแม่ที่อารมณ์ดี มีความสุขเสมอ ลูกที่เกิดมาก็มีแนวโน้มที่จะเป็นเด็กอารมณ์ดี และมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดีขึ้น และยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับทั้งคุณแม่และคุณลูกอีกด้วย

3.นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ เนื่องจากช่วงของการตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่จะอ่อนเพลียมากกว่าปกติจึงควรพักผ่อนให้เพียงพอและมากกว่าช่วงเวลาปกติ

4.หมั่นออกกำลังกาย คุณแม่บางคนอาจไม่กล้าออกกำลังกายเพราะกลัวจะกระทบกับลูกน้อย แต่ในความเป็นจริงแล้วการออกกำลังกายจะช่วยให้คุณแม่กระปรี้กระเปร่า สดชื่น และรู้สึกเหนื่อยน้อยลง แถมยังเป็นผลดีกับการคลอดเพราะจะช่วยให้คลอดง่ายขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นควรออกำลังกายเพียงเบาๆเท่านั้นไม่ควรหักโหมหรือใช้ท่าออกกำลังกายที่หนักเกินไป

5.เลือกกินหอมเพื่อผ่อนคลาย การใช้อโรมาเทอราปีกลิ่นต่างๆจะช่วยกระตุ้นประสาทส่วนรับกลิ่น ทำให้รู้สึกสดชื่นอารมณ์เบิกบาน โดยอาจเลือกใช้กลิ่นหอมของสมุนไพรต่างๆ หรือแค่หาดอกไม้สวยๆมาปักแจกันไว้ในบ้าน กลิ่นหอมของดอกไม้ประเภทดอกกุหลาบ ดอกมะลิ ก็ช่วยให้คุณแม่เบิกบานใจได้เหมือนกัน

6.ฝึกสมาธิเพื่อผ่อนคลาย การผ่อนคลายด้วยการนั่งสมาธิเป็นวิธีง่ายๆที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาโดยการนั่งหลับตาพยายามปล่อยกล้ามเนื้อทุกส่วนให้ผ่อนคลาย กำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความกังวลลงได้

7.เลือกสีที่เหมาะสมกับอารมณ์คุณแม่ในแต่ละช่วงเวลาของการตั้งครรภ์

ช่วงของการตั้งครรภ์เดือนที่ 1-3 ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์หรือข้าวของเครื่องใช้ที่มีสีดูแล้วสบายตา เพราะจะช่วยลดความเครียดของคุณแม่ได้เป็นอย่างดี เช่น สีเหลืองอ่อนๆ สีเขียว สีฟ้า สีชมพู

ช่วงของการตั้งครรภ์เดือนที่ 4-9 ช่วงนี้เป็นช่วงที่คุณแม่เริ่มปรับตัวได้กับการตั้งครรภ์ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ สีที่เหมาะสมกับช่วงนี้คือสีที่ดูแล้วรู้สึกตื่นเต้นเช่น สีแดง สีม่วง สีทองเป็นต้น

เพียงแค่ทำครบทั้ง 7 ข้อนี้ ก็มั่นใจได้แล้วว่าคุณแม่และคุณลูกจะมีความสุขไปพร้อมๆกันตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ตั้งครรภ์ และพอคลอดออกมาแล้วลูกน้อยของคุณก็จะมีพัฒนาการที่ดีอีกด้วย