วิธีออกและยกเลิกใบแทนใบกำกับภาษี

shutterstock_314438099

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ นักบัญชี

การออกใบแทนใบกำกับภาษี สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียน หลังจากได้รับการร้องขอจากลูกค้าผู้ซื้อสินค้า หรือบริการ ซึ่งใบที่ออกไปก่อนหน้านี้สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด ให้ผู้ประกอบการออกใบที่ได้รับการร้องขอจากผู้ซื้อสินค้า หรือบริการ

หลักเกณฑ์ และวิธีออกใบแทนมี ดังนี้

ผู้ประกอบการได้รับการร้องขอให้ออกใบแทน ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ แล้วแต่กรณี โดยถ่ายเอกสารสำเนาใบที่ผู้ซื้อร้องขอ แล้วบันทึกข้อความเหล่านี้ไว้ในภาพถ่าย หรือด้านหลังของภาพถ่ายสำเนาในแทน

1.ใบแทนออกให้ครั้งที่…

2.วัน เดือน ปีที่ออกใบแทน

3.คำอธิบายย่อถึงสาเหตุการออกใบแทน

4.ลงลายมือชื่อผู้ออกใบแทน

การยกเลิกและการออกฉบับใหม่แทนฉบับเดิม สามารถทำได้ดังนี้

1.กรณีลูกค้าอาจร้องขอให้ผู้ขายยกเลิกแล้วออกใบกำกับภาษีเต็มรูปฉบับใหม่แทนใบเดิม เนื่องจากไม่สามารถนำภาษีซื้อไปใช้ เนื่องจาก

1.1.รายการในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปมีข้อความไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เช่น ชื่อ หรือ ที่อยู่ของลูกค้าไม่ต้องตามที่จดทะเบียนไว้ / จำนวนเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มมีจำนวนสูง หรือ ต่ำ เกินความเป็นจริง

1.2.รายการในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป มีการแก้ไขในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ

1.3.ข้อความว่า “ใบกำกับภาษี” และ/หรือ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร อย่างหนึ่งอย่างใด หรือทั้งหมดมิได้จัดพิมพ์ลงไปในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป

1.4.ตามข้อ 3 มีการจัดพิมพ์ มิได้พิมพ์จากโรงพิมพ์ หรือจัดทำขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์

2.ลูกค้าได้รับใบกำกับภาษีอย่างย่อซึ่งไม่สามารถนำไปใช้ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อได้

แล้วพบกันได้ใหม่บทความหน้าค่ะ

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=37541

เทคนิคการดูแลรักษาสีรถยนต์ให้สวยสดคงทน

shutterstock_219899893

         เวลาที่เรามีรถยนต์ใหม่ๆ สีสันมันก็สวยงามสดใส สะอาดสะอ้านอยู่เสมอ เจ้าของรถใหม่หลายๆคน ก็พยายามที่จะดูแลรักษารถยนต์ของตัวเองให้มันมีสันสดใหม่ หากวิธีรักษาสีรถยนต์ โดยวิธีการดูแลรักษาสีรถยนต์นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเราสามารถทำการดูแลรักษาสีรถยนต์ได้ดังต่อไปนี้

  1. ทำการขัดเคลือบสีรถยนต์ โดยมันจะมีในส่วนของขัดสี เมื่อขัดสีแล้วก็จะทำให้ผิวรถยนต์เรียบเนียน จากนั้นก็ทำการเคลือบสี เพื่อให้มีความเงางาม เป็นตัวช่วยให้ชั้นสีที่ได้รับการขัดนั้น ได้รับการปกป้อง แค่นี้ก็ทำให้สีรถยนต์มีอายุการใช้งานที่ยาวนานแล้ว
  2. ทำการขัดหยาบ หรือทำการขัดละเอียด การขัดสองแบบนี้จะใช้น้ำยาในการขัด สำหรับรถยนต์ที่มีสีเป็นรอย ต้องใช้การขัดหยาบให้เรียบแล้วค่อยทำการเคลือบสีและเพิ่มเงาอีกครั้ง การเคลือบสีก็เหมือนเป็นการเพิ่มความเรียบเนียนให้กับผิวของรถยนต์ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรทำการขัดสีบ่อยเกินไป แต่ว่าเราสามารถทำการเคลือบสีได้อยู่เสมอ
  3. การทำกลาสโคตติ้ง หากคุณมีเงินเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย กรใช้เทคโนโลยีนี้ ก็จะยิ่งทำให้รถยนต์ของคุณนั้นมีสีสันที่ทนทานแน่นอน เพาะว่ากลาสโคตติ้ง หรือว่าการเคลือบแก้วนั้น กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ช่วยให้รถยนต์มีสีที่เงางาม สดใสยิ่งขึ้น ดูมีน้ำมีนวลสุดๆ สีของรถยนต์ก็จะมีความแข็งแรงมากกว่าเดิม ใช้งานได้อย่างยาวนาน ราคาการเคลือบแก้วในปัจจุบันเริ่มต้นที่หลักหมื่น
  4. การใช้ผ้าคลุมรถเป็นประจำ ขั้นตอนนี้ ไม่ต้องเสียเงินแม้แต่น้อย เพียงแค่ทำการคลุมรถอยู่เสมอ เพียงเราคลุมรถเวลาอยู่กลางแดดนานๆ ตากฝนนานๆ หรือว่าอยู่ในสภาพอากาศที่ย่ำแย่นานๆ หากเราใช้ผ้าคลุมรถเข้ามาช่วย มันจะสามารถช่วยดูแลรักษารถยนต์และสีรถยนต์ของคุณให้มีอายุการใช้งานที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ควรเลือกใช้ผ้าคลุมรถที่ดี ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดสีลอกได้
  5. พยายามเลิกจอดรถกลางแจ้ง เพราะว่ารังสียูวี ไม่ใช่แค่ทำลายผิวเราได้เท่านั้น ยังสามารถทำลายสีรถยนต์ได้อีกด้วย ฉะนั้น การเลือกจอดรถกลางแจ้ง จึงทำให้สีของรถยนต์มีอายุการใช้งานที่สั้นลงมากกว่าเดิมนั่นเอง

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48970

เปลี่ยน Account ใช้งานของ Facebook Messenger บน Android ทำอย่างไร

หากเพื่อนๆ คนใหนที่เล่น Social อย่าง Facebook ต่างก็เลือกที่จะทำการติดตั้งแอพพิเคชั่น Facebook Messenger เพื่อใช้ในการพูดคุยกับเพื่อนๆ บน Facebook ของเราง่ายๆ โดยผ่านทางแอพพิเคชั่น แต่เพื่อนๆ อาจจะสังเกตุได้ว่าแอพพิเคชั่น Facebook Messenger ที่เราใช้งานกันอยู่นั้นจะไม่มีปุ่ม Login หรือ Logout เพื่อเปลี่ยนไปใช้งาน Account อื่นๆ ซึ่งหมายความว่าหากเรา Login เข้าใช้งาน Account ใดเราจะต้องใช้งาน Account นั้นเสมอนั้นเอง แต่ถือว่าโชคดีสำหรับบนระบบปฏิบัติการ Android ที่เราสามารถทำการเปลี่ยน Account ของ Facebook Messenger ได้ โดยในการเปลี่ยนนั้นจะเป็นการ Clear data ของแอพพิเคชั่นนั้นออกไปนั้นเอง สำหรับขั้นตอนนั้นจะมีดังนี้

สำหรับขั้นตอนแรกให้เราลบแอพพิเคชั่น Facebook Messenger ในหน้า Recent Apps ออกก่อน ต่อมาในหน้า Recent Apps ให้เราทัชที่แอพพิเคชั่น Facebook Messenger ค้างไว้และเลือก Remove from list

1

1

ในขั้นตอนต่อมาให้เราเข้าไปที่เมนู Settings

3

ในหน้า Settings ให้เราเลือกที่ Apps

4

จากนั้นในหน้า Apps ให้เราเลือก Tab เมนูทางด้านบนเป็น Downloaded จากนั้นเลือกที่แอพพิเคชั่น Messenger

5

จากนั้นเราจะมาที่หน้า App info ของแอพพิเคชั่น Messenger โดยให้เรากดปุ่ม Clear data

6

จากนั้นจะมีกรอบเล็กแสดงขึ้นมาให้เราเลือกที่ปุ่ม OK เพื่อทำการ Clear data ออกไป

7

ให้เราสังเกตุทางด้านบนของปุ่ม Clear data ขนาดของข้อมูงจะเหลือ 0.00B

8

ต่อมาเมื่อเราเข้าไปยังแอพพิเคชั่น Facebook Messenger ระบบจะแสดง Account เดิม ซึ่งหากเราต้องการเปลี่ยน Account ให้เรากดที่คำว่า Switch Account ทางด้านล่าง

9

10

โรคนอนไม่หลับ แก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วย 9 วิธี

shutterstock_248678818

โรคนอนไม่หลับ ถือได้ว่าเป็นโรคร้ายที่คอยทำลายสุขภาพเป็นอย่างมาก เนื่องจากถ้าหากคุณไม่สามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเหมาะสม ร่างกายของคุณย่อมต้องออกแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากร่างกายจะต้องมีการสูบฉีดเลือด เพื่อไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อีกทั้งถ้าหากคุณไม่สามารถนอนหลับพักผ่อนได้ ช่วงเวลาที่ร่างกายจะได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ย่อมหายไปในพริบตา นั่นหมายความว่า สุขภาพร่างกายของคุณจะดูแย่ลงไปเรื่อย ๆ อีกทั้งยังส่งผลทำให้เกิดโรคชนิดต่าง ๆ ตามมาในไม่ช้าได้อย่างแน่นอน วันนี้เราจึงขอนำเสนอวิธีที่จะทำให้คุณสามารถแก้ไขโรคนอนไม่หลับ ด้วย 9 วิธี ดังนี้

1.ฝึกออกกำลังกายในช่วงเย็นของทุกวัน

การออกกำลังกายในช่วงเย็นของทุกวัน ถือได้ว่าเป็นการปรับความสมดุลของร่างกาย อย่างน้อยการฝึกฝนออกกำลังกายวันละ 30-40 นาที หรือแม้กระทั่ง 4-6 ชั่วโมงก่อนที่คุณจะเข้านอน เป็นการปรับพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพ หลังจากที่คุณได้ออกกำลังกายอย่างเป็นกิจวัตรประจำวันแล้ว คุณจะรู้สึกได้ว่า การนอนหลับพักผ่อนไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

2.กินกล้วยหอม ช่วยให้นอนหลับได้

ในกล้วยหอมหรือผิวของกล้วยหอม นับได้ว่ามีฤทธิ์เหมือนกับยานอนหลับ เนื่องจากในกล้วยหอมมีอะมิโนแอซิด ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงเป็นสารเซโรโทนิน เมื่อคุณรับประทานกล้วยหอมเข้าไป จะส่งผลทำให้คุณคลายเครียดได้อย่างง่าย ๆ และเมื่อคุณคลายเครียด คลายเรื่องกังวลใจได้แล้ว คุณก็จะสามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างสบาย ๆ เลยละคะ

3.พยายามหลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก ๆ

ไม่ว่าจะเป็นอาหารมื้อหนัก ๆ อาหารที่มีรสเผ็ดร้อน หรืออาหารรสจัด อาหารเหล่านี้มักจะมีผลต่อสุขภาพ หากรับประทานก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง ย่อมส่งผลทำให้ร่างกายต้องทำงานหนัก เนื่องจากต้องระบบร่างกายต้องทำการย่อยอาหารนั่นเอง

4.พยายามหลีกเลี่ยงกาแฟและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

เครื่องดื่มทุกประเภทที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาททุกชนิด คุณต้องหลีกเลี่ยงอย่างน้อย 4-6ชั่วโมง ก่อนที่คุณจะเข้านอน เพราะถ้าหากคุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ ย่อมส่งผลต่อการนอนหลักพักผ่อนของคุณได้อย่างแน่นอน

สำหรับบทความนี้ เราจะจบกันตรงที่วิธีที่ 4 ซึ่งถือได้ว่าเป็นวิธีในการทำให้คุณนอนหลับพักผ่อนได้มากยิ่งขึ้น ส่วนวิธีอื่น ๆ นอกจากนี้ คุณสามารถติดตามในบทความต่อไปได้เลยค่ะ

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48610

แกงส้มแป๊ะซะ

shutterstock_79519372

อาหารสำหรับคนไทย รสชาติต้องจัดจ้านถึงจะถูกปากกับคนไทย อย่างอาหารประเภทปลาจำเป็นต้องมีรสชาติที่โดดเด่นสักหน่อย เพราะบางครั้งเนื้อปลาก็อาจจะมีกลิ่นเฉพาะตัวติดมาบ้างเล็กน้อย อย่างแกงส้มแป๊ะซะ ตัวแกงส้มนั้นคนที่ชอบทานจะเข้าใจดีกว่า ถ้าจะกินตอนค่ำต้องแกงตอนเช้า ถ้าจะกินตอนเช้าต้องแกงตอนค่ำ เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น

ตัวของแกงส้มนั้นมีข้อแปลกอยู่อย่างหนึ่งว่าถ้าทำทานเลยจะไม่อร่อยจะต้องแกงทิ้งไว้สักครึ่งวันจะอร่อยกว่าด้วยตัวเครื่องแกงที่ทำออกมานั้นจะซึมเข้าไปที่เนื้อของผักและตัวเครื่องแกงจะมีรสชาติที่นัวมากยิ่งขึ้นจึงเป็นที่มาของแกงเช้ากินเย็น แกงเย็นกินเช้า

สำหรับแกงส้มแป๊ะซะนั้นมีให้เลือก 2 แบบที่จะรับประทานกัน อย่างแรกคือตัวปลาที่ใส่ในแกงส้มจะเป็นแบบปลานึ่งเนื้อนิ่ม หรือแบบที่สองคือนำปลาไปทอดก่อนแล้วค่อยนำมาทำแกงส้มตรงนี้ส่วนมากแล้วจะนิยมนำมาทอดกันก่อนแล้วค่อยทำไปรับประทานกัน

เครื่องปรุงที่จะทำแกงส้มนั้นต้องประกอบไปด้วย

1.พริกแกงส้ม

2.เนื้อปลาต้มสุก เนื้อปลาที่จะนำมาใส่แกง นิยมเป็นปลาช่อนนามากมี่สุด เพราะเนื้อแน่นและอร่อยเข้ากันได้อย่างดี

3.ผักต่างๆ อาจจะประกอบไปด้วย ผักกาดขาว ผักกระเฉด เป็นต้น

4.เครื่องปรุงรส น้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปีป

วิธีการทำ

ขั้นตอนแรกให้นำเครื่องแกงส้มนั้นมาตำรวมกับเนื้อปลาต้มสุขในประมาณที่พอๆ กัน อย่างเช่นเครื่องแกง 1 ขีดก็มีเนื้อปลาต้มสุกแล้วประมาณ 1 ขีดเช่นกัน ตัวของความอร่อยนั้นจะอยู่ที่ตรงนี้ ถ้าเราไม่นำเนื้อปลามาเป็นส่วนผสมด้วยเวลาที่ทำน้ำแกงออกมาจะไม่กลมกล่อม เมื่อตำรวมกันจนได้ที่ก็น้ำหม้อขึ้นตั้งไฟแล้วก็น้ำเครื่องแกงลงไปต้ม พอน้ำเดือดก็ปรุงรสให้พอดีไว้ก่อน เผ็ดกลางๆ เปรี้ยวนิดหน่อยและ หวานเค็มกำลังดี เพียงเท่านี้ก็เสร็จ

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่าแกงเช้ากินเย็น พอตอนที่จะรับประทานก็ให้อุ่นน้ำแกงอีกครั้งแล้วลองชิมดูรสชาติคราวนนี้รสชาติจะจัดขึ้นก็นำผักลงไปต้มด้วยพอสุกกรอบและน้ำขึ้นมาราดบนตัวปลาที่ได้เตรียมไว้ที่หม้อไป ยกพร้อมเสิร์ฟ เป็นอันเสร็จพิธี
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48112

การดูแลรักษาเบรค

shutterstock_219899893

          การดูแลรักษาเบรคไม่ใช่เรื่องยาก เพียงเราทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรคเป็นประจำ ก็จะทำให้ปัญหาเบรคต่างๆหมดไป เพราะเมื่อเราเปลี่ยนน้ำมันเบรคแล้ว เราก็จะรู้ถึงการรั่วต่างๆได้ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ควรที่จะทำการเปลี่ยนน้ำมันเบรคอย่างเสมอ ทั้งนี้เองน้ำมันเบรคมีส่วนผสมมาจากน้พมันแร่ เมื่อเกิดการร่วมตัวกับไอน้ำเมื่อไหร่ก็อาจจะทำให้เกิดสนิมได้ ฉะนั้นกระบอกเบรกก็จะชำรุดได้ง่ายกว่าเดิม

          ทั้งนี้เองการเช็คระยะห่างของผ้าเบรคก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นๆ เมื่อเราใช้งานเบรค ก็อาจจะทำให้ระยะมีการขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ได้ ฉะนั้น ต้องทำการปรับผ้าเบรคให้ตึงขึ้น สามารถใช้ไขควงทำการตั้งหมุนใหม่ เมื่อหมุนจนฝืดแล้วแปลว่าโอเคแล้ว

          เราควรทำการตรวจสอบผ้าเบรคเป็นประจำ เพราะว่าเป็นส่วนสำคัญ หากมีการสึกหรอเกิดขึ้นมาก็จะทำให้ส่วนอื่นๆเสียหายได้ เราจึงควรทำความความสะอาด และเปลี่ยนใหม่เสมอ เมื่อผ้าเบรคสึกมากกว่าปกติต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว อัตราการเบรคก็จะไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ ฉะนั้นควรเปลี่ยนผ้าเบรคจะดีที่สุด จนอาจะเกิดปัญหาเบรกแตกได้นั่นเอง

          เปลี่ยนจานเบรคเมื่อ จานเบรคสึกหรอ สำหรับคนที่ใช้งานรถยนต์ลุยน้ำ ลุยโคลน ลุยหินเป็นประจำ ก็ทำให้อาจจะเกิดรอยต่างๆ การบิดเบี้ยว การกระแทก เพราะว่าอาจจะโดนแรงกระแทกต่างๆได้มากกว่า อีกทั้งเศษดิน เศษผง หิน โคลน ต่างๆ ก็อาจจะติด ทำให้จานเบรคอาจจะแตกได้ ฉะนั้นหากเห็นว่าจานเบรคเริ่มมีปัญหาให้ทำการเปลี่ยนจานเบรคใหม่ทันที เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ของคุณเอง

          ทำความสะอาดจานเบรคเป็นประจำ บางทีอาจะมีเศษจารบีหรือว่าสิ่งอื่นๆเปื้อน จนเกิดสกปรกได้ ทั้งนี้การทำความสะอาดนั้นก็ควรใช้น้ำยาล้างจานเบรคทำความสะอาดโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้น้ำยาอย่างอื่นมาทำความสะอาดเด็ดขาด แต่ถ้าหากไม่มีจริงๆ สามารถใช้ทินเนอร์บริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ทำความสะอาดได้

          นอกจากนี้ก็ควรทำการตรวจสอบสายเบรคเป็นประจำว่ามีสภาพดีหรือไม่ ฉีกขาด หรือชำรุดหรือไม่ ควรีบเปลี่ยนใหม่ทันที ทั้งนี้การล้างและเปลี่ยนชุดเบรคก็สำคัญเช่นกัน ทั้งอุปกรณ์ซ่อมและอุปกรณ์ใช้งาน ไม่ควรฝืนใช้จนชำรุด เพราะว่าอาจจะเกิดปัญหาในการเบรคได้นั่นเอง

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48945

ไม่ได้ทำงานฟรีแลนซ์ก็สามารถเครียดได้

shutterstock_129618488

ความเครียดจากการทำงาน ที่ทุกคนมักจะพบเจอกันเป็นประจำ ซึ่งเราเองจะต้อองมีการจัดการความเครียดจากกการทำงานให้ได้เสียก่อน ซึ่งในการทำงานมีโอกาสให้คุณพบเจอกับความเครียด และความกดดัน จาการทำงานหรือแม้แต่สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในการทำงาน ที่จะทำให้เกิดความเครียดได้ ถึงแม้ว่าเราเองจะเป็นพนักงานประจำ ก็เกิดความเครียดได้เช่นกัน สำหรับความเครียดทุกคนจะต้องมีการพบเจอกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำงานฟรีแลนซ์ หรืองานประจำย่อมที่จะพบเจอปัญหาต่าง ๆ มากมาย จนทำให้เกิดความเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเจน

ซึ่งความเครียด ของผู้คนที่ทำงาน จึงเป็นปัญหาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และจะต้องมีการเผชิญกับปัญหาอยู่ทุกวันก็ว่าได้ จะส่งผลสุขภาพทางใจกายได้เช่นกัน สำหรับความเครียดจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน

-ความเครียดระยะสั้น ที่จะช่วยในการกระตุ้นให้ตัวเราตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ช่วยทำให้ร่างกายเร่งการทำงานได้ดี ทำให้จิตใจมีการจดจ่ออยู่เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการต่อสู้กับปัญหาต่าง ๆ มากมาย

-ความเครียดที่มีต่อเนื่องอย่างยาวนาน ที่แฝงไปด้วยส่วนหนึ่งของชีวิตที่จะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อทางสภาพร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะกระทบต่อร่างกายทั้งทางด้านระบบฮอร์โมน ระบบประสารทแบบอัตโนมัติ และระบบทางด้านภูมิคุ้มกัน

ซึ่งความเครียดจะส่งผลให้ทำให้กล้ามเนื้อมีการหดตัวหรือเกร็งตัว ซึ่งหัวใจจะมีลักษณะเต้นเร็ว และเส้นเลือดที่มาทำการเลี้ยงหัวใจตีบเล็กลง จึงส่งผลอย่างต่อเนื่องที่มีความดันเลือดสูงขึ้นได้ ในปริมาณน้ำเลือดที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น ในระดับน้ำตาลที่อยู่ในเลือดสูงยิ่งขึ้น ทำให้เลือดมีความข้นและมีการแข็งตัวเร็วกว่าปกติอีกด้วย เพราะฉะนั้นผู้ที่ทำงานประจำก็สามารถเกิดความเครียดได้ง่าย ๆ หากคุณเองผิดปกติก็ควรปรึกษาแพทย์ทันที ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะป่วยไม่หายก็ว่าได้

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=51690

4 วิธีถ่ายรูปยังไงให้ดูสวยบน Smartphone ของเรา

sammy

ในสมัยนี้โทรศัพท์ที่เราใช้งานกันอยู่นั้นต่างก็มีประสิทธิภาพในการถ่ายรูปที่สูงขึ้นแล้วไม่ว่าสาวๆ คนใหนก็ชอบถ่ายรูปผ่านทาง Smartphone กันมาก โดยสาวแต่ละคนนั้นต่างก็อยากที่จะให้รูปที่ตัวเองถ่ายออกมานั้นดูสวย งาม แต่ในบางครั้งไม่ว่าเราจะถ่ายออกมายังไงก็ดูไม่สวยเท่าไร โดยปัญหานี้นับว่าเป็นปัญหาที่ถือว่าสำคัญไม่น้อยเลยครับสำหรับสาวๆ แต่ปัญหานี้นั้นเราสามารถแก้ไขได้ครับ โดยในวันนี้เราจะสาวๆ ทุกคน ไปดูกันครับว่า เราจะถ่ายรูปจาก Smartphone ของเราอย่างไรให้รูปที่ถ่ายออกมานั้นดูสวยขึ้น

เลือก Focus ที่เราต้องการ

โดยสิ่งแรกที่เราควรคำนึงก่อนที่จะถ่ยรูปนั้นก็คือการFocus ตัวรูปของหรือวัตถุที่เราต้องการถ่ายนั้นเอง เพราะถ้าหากเราไม่ทำการ Focus รูปก่อนถ่ายนั้น รูปที่เราถ่ายออกมานั้นอาจจะดูเบรอหรือไม่สวยได้ โดยเราสามารถ Focus ตัวจุดที่เราต้องการถ่ายบน Smartphone ของเราได้ครับ โดยวิธีการ Focus นั้นเพียงแค่เราทัชจุดที่เราต้องการ Focus บนหน้าจอของเรา จากนั้นตัวกล้องนั้นจะทำการ Focus รูปที่เราระบุเองอัตโนมัติ จากนั้นเราก็กดที่ปุ่มถ่ายได้แล้ว

ห้ามใช้การ Zoom

โดยในการ Zoom รูปเพื่อถ่ายนั้นนับว่าเป็นทางเลือกที่เราไม่ควรทำเลย เพราะหากเราทำการ Zoom ก่อนที่เราจะถ่ายรูปนั้น ตัวรูปที่ได้จะมีลักษณะ Blur เนื่องจาก ตัว len ของกล้องนั้นจะมีการขยายเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้รูปมีขนาดใหญ่ขึ้น และ ไม่สวยอีกด้วย

ห้ามใช้ Flash ในการถ่ายรูป

โดยหลายๆ คนนั้นอาจจะเข้าใจว่าหากเราเลือกใช้ Flash ในการถ่ายรูปนั้นจะทำให้รูปสวยขึ้น แต่กลับกันเลยครับ เพราะถ้าหากเราเลือกใช้ Flash ในตอนกลางวันจะไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าหากเราเลือกใช้ Flash ในการถ่ายรูปตอนกลางคืนนั้นแสง Flash ของตัวกล้องนั้นอาจจะทำให้คนที่ถูกถ่ายนั้นแสบตาได้ เพราะแสง Flash ถือว่ามีความสว่างมากครับ รวมไปถึงอาจจะส่งผลกับการ Acting ของท่าต่างๆ นั้นอาจจะเสียไปด้วย

ใช้งานกล้องหลังเพื่อรูปที่สวยกว่า

โดยเพื่อนๆ อาจจะบังเอิญไปพบเห็นรูปต่างๆ บนอินเตอร์เน็ต หรือ ตาม Social ต่างๆ ว่าทำไม่ถึงถ่ายออกมาสวยจัง โดยหลายๆ คนอาจะเข้าใจผิดว่าไม่ว่าเราจะเลือกใช้กล้องทางด้านหน้าหรือหลังเครื่องนั้นจะให้ความสวยที่เท่ากัน แต่ไม่ใช่เลยครับ เพราะกล้องทางด้านหลังนั้นจะให้ความสวยที่มากกว่า เนื่องจากความละเอียดของตัวกล้องทางด้านหลังนั้นจะให้ความละเอียดที่มากกว่าทางด้านหน้ามาก เพราะฉะนั้นหากเราต้องการรูปที่ดูสวยนั้นเราจะต้องเลือกถ่ายรูปโดยใช้กล้องทางด้านหลังครับ

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=37655

เงินได้ที่ต้องเสียภาษี

เงินได้อะไรบ้างที่ต้องเสียภาษี

shutterstock_100246166

ตามกฎหมาย เงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เรียกว่า “เงินได้พึงประเมิน” หมายถึง เงินได้ของบุคคลใดๆ หรือหน่วยภาษีใดข้างต้นที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ของปีใดๆ หรือเงินได้ ที่เกิดขึ้นในปีภาษี ได้แก่
1. เงิน -ที่ได้รับจริงที่ได้รับจริง(เกณฑ์เงินสด)
2. ทรัพย์สินซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน -ที่ได้รับจริงที่ได้รับจริง(เกณฑ์เงินสด)
3. ประโยชน์ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน -ที่ได้รับจริงที่ได้รับจริง(เกณฑ์เงินสด)
4. เงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้
5. เครดิตภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=35806

สารต้านอนุมูลอิสระ

shutterstock_134067476

สารต่อต้านอนุมูลอิสระ เป็นสารที่ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เมื่อคุณเองอยากจะรู้ว่าสารอนุมูลอิสระนั้นมาจากใดบ้าง และคุณควรที่จะได้รับสารเหล่านี้หรือไม่ เนื่องจากบางคนอาจจะยังไม่รู้ข้อมูลที่แน่ชัด ถ้าอย่างนั้นมาดูกันเลยค่ะ

สารต่อต้านอนุมูลอิสระ

-สารสกัดจากเมล็ดองุ่น เป็นสารซูเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์ที่ถือได้ว่ามีคุณค่าเป็นอย่างมาก มีวิตามินซี 20 เท่า และมีวิตามินอีอีก 50 เท่ากันเลย ทำให้สามารถป้องกันและลดการทำลายจากสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นได้

-ชาเขียว เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระในประเภทของไวนอยด์หลากหลายชนิด้วยกัน ที่มีการออกฤทธิ์มากกว่าวิตามินอีอีกด้วย

-สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส ที่ช่วยในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับฝ้า ด้วยการควบคุมการทำงานกระบวนการสร้างเม็ดสี ให้มีความสมดุลกัน

– เนชันรัลเบต้าแคโรทีน เป็นสารบำรุงสายตาแลทางด้านผิวพรรณ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งที่ปอดได้ ช่วยในการลดในการเกิดซลล์มะเร็งผิวหนัง

-กรดอัลฟาไลโปอิค เป็นสารต้านอนุมูลอิสระแบบธรรมชาติที่มีบทบาทที่มีความสำคัญ ในการช่วยให้มีการปรับปรุงกระบวนการในการเผาผลาญร่างกาย

-สารที่สกัดจากใบแปะก๊วย เป็นการป้องกันความเสื่อของเซลล์ทางด้านสมอง ช่วยในการบำรุงสุภาพได้มีประสิทธิภาพและกลายเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลกก็ว่าได้

-วิตามินซี ช่วยในการบรรเทาอากรภูมแพ้ ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนขึ้นมาใหม่

-วิตามินอี ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ ป้องกันการเกิดเป็นโรคหัวใจได้อีกด้วย

ดังนั้นสารต่อต้านอนุมูลอิสระนั้น จึงเป็นสารที่มีความสำคัญอย่างมาก หากคุณเองเป็นคนหนึ่งที่มีความต้องการอยากจะดูแลตัวเอง ก็ต้องหาทางหรือหาข้อมูลต่าง ๆ ให้มาก ๆ ยิ่งขึ้น เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงไปกับการรู้ทันเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอนกันเลยทีเดียว

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=52048