นักท่องเที่ยวรู้ไว้เลย ปากนี่แหละ GPS นำทางชั้นยอด

             shutterstock_125928674

             ถ้าคุณมี  “ปาก”  ไม่ต้องกลัวหรอกครับว่าจะหลงทาง  เพราะปากของเรานี่แหละครับ  คืออวัยวะสำคัญที่จะเป็นตัวนำพาเราไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างน่าทึ่ง  (ยิ่งถ้าเป็นคนที่ช่างพูด   ช่างสงสัยเหมือนผู้เขียนแล้ว  ไม่มีวันหลงทางเด็ดขาดครับ 555)

            คุณรู้หรือไม่ว่า  บางที  “สมาร์ทโฟน” เครื่องชี้ทางของคนสมัยใหม่  ก็ไม่ได้สำคัญกับทุกคนเสมอไป  เพราะบางคนมี  บางคนไม่มี  แล้วจะใช้อะไรล่ะทีนี้  ขอแนะนำวิธีที่เจ๋งที่สุดในโลก  ก็คือปากของเรานี่แหละครับ  GPRS  ส่วนตัวชั้นยอด

            เล่าจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน  ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์การเดินทางครั้งแรก  ซึ่งในตอนนั้นชีวิตโคตรลูกทุ่งติดดินเลย  เด็กบ้านนอกเต็มตัว   ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่อะไรสักอย่าง  ซึ่งตอนนั้นเราเองที่อยากไปเที่ยวในช่วงปิดเทอมที่นครสรรค์  (บ้านญาติของผู้เขียนอยู่ที่นั่น)  แต่ประเด็นคือ  นางไม่เคยไปเลยสักครั้ง  เป็นครั้งแรกที่ต้องหอบผ้าหอบผ่อนมาไกลขนาดนี้  (เหมือนหนีตามผู้ชายยังไงไม่รู้)  ทางบ้านก็ไม่มีใครว่างมาส่งสักคน  ระยะทางก็ห่างไกลจากบ้านเกิดของผู้เขียนหลายร้อยกิโล

            วินาทีนั้น  ผู้เขียนรู้สึกตื่นเต้นมาก  ลันล้าเต็มที่  เพราะไม่เคยออกจากบ้านไปไหนไกล ๆ เลยสักครั้ง  จะมีก็แต่เวลาที่ทางโรงเรียนมีทัศนศึกษาที่พานักเรียนไปเที่ยวต่างจังหวัดก็เท่านั้น  เลยทำให้เราตื่นตัวตลอดเวลา  ขณะที่นั่งรถก็ไม่กล้าหลับเพราะกลัวจะหลงทาง  โทรศัพท์สมัยนั้นก็เป็นรุ่นปาหัวหมาแตก  ที่ฟังก์ชั่นก็มีแค่รับสายและโทรออกเท่านั้น  (จะอินดี้ไปไหน)

            ในตอนนั้น  ก็ใช้ปากนั่นแหละครับ  ถามคนนั้นที  คนนี้ที  ว่าจะต้องไปยังไง  ค่ารถเท่าไหร่  นั่งรถนานแค่ไหนจะถึง  เยอะ… ชวนคนนั้นคุยคนนี้คุยไปเรื่อย  สุดท้ายแล้วผู้เขียนก็สามารถนำพาร่างกายอันบอบบางมาถึงนครสรรค์ได้อย่างสวัสดิภาพ  (เก่งเนาะ  ครั้งแรกมาได้ไกลขนาดนี้  ภูมิใจในตัวเองนิด ๆ)

            โดยสรุปแล้ว  โลกทุกวันนี้มีเทคโนโลยีเพียบพร้อมให้คุณเลือกใช้ได้มากมายหลายสถาน  แห่งบ้านทรายทอง  (นอกเรื่องละ)  รถราก็สามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนเป็นร้อยเท่าพันเท่า  มิหนำซ้ำค่าเครื่องบินก็ถูกแสนถูก  แต่ถ้าวันหนึ่งที่คุณไม่สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีเหล่านี้ได้  อย่าลืม        นะครับ…ใช้ปากของเรา  ด้นสดไปเลย  รับรองคุ้มค่าไม่แพ้แอพพลิเคชั่นบนไอโฟนเลยทีเดียว

การทำบัญชีด้วยคอมพิวเตอร์

shutterstock_302508602

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดทำบัญชี
1. การทำบัญชีด้วยคอมพิวเตอร์
ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ดังนั้นหน่วยงานต่าง ๆ จึงพยายามนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในหน่วยงานและในทุก ๆ งานเท่าที่จะทำได้ เนื่องจาก ยอมรับ
ในประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ เพราะทำให้การทำงานเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำ

งานบัญชี ถือเป้นหัวใจสำคัญของธุรกิจทุกแขนง ระบบบัญชีที่ดีจะทำให้เกิดการควบคุม ภายในของกิจการนั้น ๆ ทำให้การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ ในปัจจุบัน นักบัญชี
ได้นำคอมพิวเตอร์มาช่วยในงานบัญชีมากขึ้น ซึ่งโปรแกรมที่นำมาใช้มี 2 ลักษณะคือ

1) โปรแกรมตารางงาน เช่น LOTUS (ปัจจุบันไม่มีผู้นิยมใช้แล้ว) และ Microsoft Excel
2)โปรแกรมสำเร็จรูปทางด้านบัญชี

ข้อดีของการทำบัญชีด้วยคอมพิวเตอร์
1) สะดวกรวดเร็ว
2) ประหยัดเวลา
3) ใช้บุคลากรน้อย
4) ข้อมูลถูกต้องแม่นยำ
5) หากมีข้อผิดพลาดจะแก้ไขได้ง่าย

ข้อเสียของการทำบัญชีด้วยคอมพิวเตอร์
1) ใช้เงินลงทุนมาก
2) พนักงานบัญชีที่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็นจะขาดความมั่นคงและอาจทำให้เกิดความเสียหาย
3) ข้อมูลอาจสูญหาย
4) ข้อมูลอาจถูกคัดลอก (Copy)

2. อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำบัญชีด้วยคอมพิวเตอร์

ด้าน Hard Ware
1) เครื่องคอมพิวเตอร์ CPU รุ่น Pentium 4 ขึ้นไป
2) Hard Disk ไม่น้อยกว่า 40 ขึ้นไป
3) RAM ไม่น้อยกว่า 128 MB

ด้าน Soft Ware
1) โปรแกรมตารางงาน เช่น Microsoft Excel
2) โปรแกรมสำเร็จรูปทางด้านบัญชี ( ในกรณีที่กิจการต้องการใช้ )

ด้านอื่น ๆ
1) เครื่องพิมพ์ ( Printer ) แบบ Dot Matrix , Laser หรือ Ink Jet
2) เครื่องสำรองกระแสไฟฟ้า ( UPS )

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=37305

พบฟีเจอร์ใหม่ซ่อนอยู่ใน iOS 8.3 beta 3 จำนวนมาก

phone-tablet.df5f2b477792

ระบบปฏิบัติการ iOS 8.3 beta 3 อัพเดตล่าสุด ตอนนี้ได้ถึงมือนักพัฒนาแล้วเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ผ่านมา ปรากฏว่าพบฟีเจอร์ใหม่ที่ซ่อนอยู่มากมาย อย่างเช่นอัพเดตความสามารถ Hands-Free ของ Siri และการตั้งค่าซื้อแอพ

อ่านเพิ่มเติม “พบฟีเจอร์ใหม่ซ่อนอยู่ใน iOS 8.3 beta 3 จำนวนมาก”

ปลดหนี้บัตรเครดิตแบบสบายๆด้วยวิธีการเหล่านี้

shutterstock_146734340

เดี๋ยวนี้บัตรเครดิตทำง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะ พอทำง่ายก็ใช้กันง่าย ผลที่ตามมาก็คือหนี้ก้อนโตถ้าไม่รู้จักใช้ แต่อย่าเพิ่งร้อนใจไปครับ มีวิธีการง่ายๆที่ได้ผลดีในการจัดการกับหนี้ประเภทนี้มาบอก มาดูกันครับว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

วิธีปลดหนี้บัตรเครดิต

1.รวบรวม คือขั้นตอนแรกเลยครับ คุณต้องรู้ก่อนว่าเจ้าหนี้คุณมีกี่รายรวมถึงยอดเงินที่ต้องชำระให้กับแต่ละเจ้า ระยะเวลาที่ต้องชำระ ทางที่ดีควรจดใส่สมุดครับจะได้ไม่ตกหล่น

2.ทำบัญชี คือการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ในแต่ละเดือนอย่างละเอียด ซึ่งจะทำให้รู้ว่าการใช้จ่ายที่แท้จริงของเรานั้นเป็นอย่างไรกันแน่ หากมีรายจ่ายส่วนไหนที่ไม่จำเป็นหรือฟุ่มเฟือย จะได้ลดละเลิกเสีย จากนั้นจะได้มีเงินเหลือมาชำระหนี้บัตรเครดิต และรู้จักใช้เจ้าบัตรนี้มากขึ้นอีกด้วยล่ะ

3.โยกย้าย คือการโยกย้ายเงินฝากในบัญชีของธนาคารซึ่งคุณเป็นหนี้อยู่ออกไปให้หมด เพราะธนาคารบางแห่งสามารถตัดยอดเงินจากบัญชีเงินฝากของเราได้หากมีการผิดเงื่อนไขการชำระเงิน

4.ประหยัด คือการตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปให้หมดเพื่อลดการสร้างหนี้ นอกจากนี้ไม่ควรสร้างหนี้เพิ่มอีกด้วยประการทั้งปวง

5.แม่ค้าจำเป็น คือการขายทรัพย์สินมีราคาแต่ไม่จำเป็นกับชีวิต หรือจำเป็นแต่ถ้าขาดไปเราก็ยังอยู่ได้เพื่อช่วยลดภาระหนี้ อาทิเช่น อัญมณีต่างๆ ทองคำ เครื่องเสียง เฟอร์นิเจอร์หรูหรา รถยนต์ หรืออะไรก็ตามที่สามารถช่วยให้ล้างหนี้ได้เร็วขึ้น เชื่อเถอะครับ พอเราปลดหนี้ได้จะสบายใจขึ้นและมีเวลาคิดที่สร้างรายได้ให้เพิ่มพูนมากขึ้น ดีกว่าจะมัวมานั่งคิดถึงแต่เรื่องหนี้ตลอดเวลา

6.เลือก หากคุณมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ ให้คุณเลือกชำระหนี้ของบัตรที่มีดอกเบี้ยสูงๆก่อนเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากหากปล่อยไว้นานๆดอกเบี้ยจะยิ่งสะสมมากขึ้นเป็นการเพิ่มภาระหนี้โดยใช่เหตุ

7.ตั้งใจจริง คุณต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง และตั้งใจจริงในการที่จะชำระหนี้ เพราะทุกอย่างเริ่มที่ใจครับ ถ้ามัวแต่หมกมุ่นกับหนี้โดยไม่คิดจะจริงจังกับการแก้ปัญหา หรือสร้างหนี้ใหม่มาโปะหนี้เก่าเรื่อยๆรับรองเป็นหนี้ไม่จบสิ้นแน่นอน พร้อมแล้วก็ลุยล้างหนี้กันได้เลยครับ

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=52470

5 เคล็ดลับการแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจ

shutterstock_298036670

คุณเคยกล่าวหรือแสดงความชื่นชมใครๆใช่ไหม? เช่น ตอนที่พิธีกรบอกคุณว่า “ ขอเสียงปรบมือต้อนรับวิทยากรด้วยครับ.” แล้วคุณก็ปรบมือ นั่น ใช่การแสดงออกอย่างจริงใจ หรือชื่นชมใช่ไหม? หรือ คุณปรบมือพร้อมลุกขึ้นยืนด้วยหัวใจเต้นแรง ใบหน้ายิ้มแย้ม ขอบตาร้อนผ่าวให้กับทีมวอลเล่ย์บอลหญิงทีมชาติ ที่เอาชนะทีมจีนคู่ปรับได้ แบบไหน? คุณคิดว่ามันแสดงออกจากใจจริง และแสดงออกอย่างชื่นชมกว่ากัน ?

            การแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างสัมพันธภาพในทุกระดับ หากคุณทำมันด้วยใจ  ด้วยความรู้สึกของใจที่มอบให้ฝ่ายตรงข้ามแล้ว คุณก็จะได้รับการยอมรับจากคู่สนทนา หรือผู้คนที่คุณมอบให้ รวมทั้งคุณจะได้รับการปฏิบัติตอบกลับอย่างจริงใจมีไมตรีเช่นเดียวกัน  มีเคล็ดลับสำคัญ คือ

  1. ยิ้มแย้มสบตาอย่างเปิดเผยขณะเอ่ยชม การยิ้มทั้งปาก ทั้งตา และการสบสายตาอย่างตรงๆ ขณะการสนทนาและการกล่าวชมนั้น นอกจากจะทำให้คู่สนทนาเกิดความรู้สึกดี และประทับใจต่อเราแล้วยังทำให้เกิดการยอมรับและเป็นมิตรกับเราได้อย่างสนิทใจได้ง่ายขึ้น
  2. แสดงความชื่นชมอย่างพอเหมาะพอควรแก่เหตุ  อย่า Over Acting หรือการแสดงออกอย่างเกินกว่าเหตุ  เกินงาม หรือมากเกินไป  และการแสดงการชื่นชมอย่างออกนอกหน้าย่อมเหมือนการประจบสอพลอ ซึ่งอาจจะกลายเป็นผลในทางลบได้
  3. แสดงความคิดเห็นหรือกล่าวถึงอย่างเข้าใจ หากจะกล่าวถึงเรื่องที่ชื่นชมนั้น หากเรารู้และเข้าใจดีแล้วก็สมควรที่จะย้อนความ แต่ก็ให้พอเหมาะ แต่ถ้าหากเรื่องนั้น เราไม่เข้าใจ ไม่รู้จริง หรือไม่แน่ใจ อย่าพยายามลงลึก หรือเอามาพูดทวนย้อนความ ซึ่งอาจจะเกิดข้อผิดพลาดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
  4. อย่าพยายามเปรียบเทียบกับเรื่องอื่นๆที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ เช่น ในขณะที่เขากำลังชื่นชม และปลื้มใจกันทั้งประเทศกับทีมวอลเลย์บอลทีมชาติหญิงที่กำลังฉลองแชมป์เอเชี่ยนเกมส์ และกำลังเป็นปลื้มกับกระแสกัน แต่เราดันเอาไปเปรียบเทียบกับคดีคำพิพากษาของศาลฎีกาเรื่องซุกหุ้น ถึงแม้จะปลื้ม แต่ก็คนละแนว คนละอารมณ์ เป็นต้น
  5. อย่ายกตัวอย่างหรือเปรียบเทียบกับเรื่องตัวเองเด็ดขาด อย่าพยามยามเอาเรื่องภาคภูมิใจของคู่สนทนามาเทียบเคียงกับเรื่องของตนเอง แม้ว่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน หรือคล้ายๆกัน ก็ไม่สมควร เพราะ อาจจะทำให้คู่สนทนาคิดว่า เรากำลังเปรียบเทียบ หรือ กำลังข่มหรือหมิ่นเขาอยู่ อันอาจจะทำให้เขาไม่พอใจเราก็ได้

นอกจากจะกล่าวชมอย่างให้เกียรติแล้ว ความอ่อนน้อมถ่อมตนยังเป็นเสน่ห์ในการสนทนา และการสร้างสัมพันธภาพ นอกเหนือการเลือกหัวข้อการสนทนา การฟังมากกว่าพูด การรับฟังอย่างสนใจ และมีปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างเหมาะสม ดังนั้นจึงไม่ยากเลยที่จะทำให้คู่สนทนาชื่นชมในตัวคุณเช่นเดียวกัน

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=47973

ภาษีซื้อต้องห้าม คือ

shutterstock_264325325

ภาษีซื้อที่ไม่สามารถนำมาหักในการคำนวณภาษี
1.กรณีไม่มีใบกำกับภาษีหรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้ว่ามีการชำระภาษีซื้อ
2.ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ
3.ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการ ได้แก่ ภาษีซื้อที่ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ
4.ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน
-ค่ารับรอง หรือค่าบริการไม่ว่าจะจ่ายเพื่อการรับรอง หรือให้บริการแก่บุคคลใดและไม่ว่าจะอำนวยประโยชน์แก่กิจการหรือไม่ก็ตาม เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ค่ามหรสพ ค่าใช้จ่ายเพื่อการกีฬา
-ค่าสิ่งของหรือประโยชน์ที่ให้แก่บุคคลซึ่งได้เป็นการรับรองหรือบริการ
5.ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซึ่งออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี
6.ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อ เช่าซื้อ หรือรับโอนรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน
7.ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อ
8.ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อทรัพย์สินเพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายของกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
9.ภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและต่อมาได้ขายหรือให้เช่าหรือนำไปใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้เฉพาะที่ได้กระทำภายในสามปีนับแต่เดือนภาษีที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์
10.ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีมิได้ตีพิมพ์ขึ้นหรือมิได้จัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ
11.ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซึ่งมีรายการในใบกำกับภาษีเป็นสำเนา (Copy) แต่ไม่รวมถึงใบกำกับภาษีที่ได้จัดทำรวมกับเอกสารการค้าอื่นซึ่งมีจำนวนหลายฉบับ และใบกำกับภาษีซื้อมีรายการในใบกำกับภาษีเป็นสำเนามีข้อความว่า เอกสารออกเป็นชุด” ปรากฏอยู่ด้วย
12.ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษี ซึ่งรายการในใบกำกับไว้ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลง

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=37384

15 สมุนไพรที่แก้อาการคันหน้าร้อนได้อย่างเห็นผล (ตอนที่3)

ในบทความนี้ถือได้ว่าเป็นบทความตอนสุดท้ายของเรื่อง 15 สมุนไพรแก้อาการคันหน้าร้อนได้อย่างเห็นผล ซึ่งเราจะกล่าวถึงสมุนไพรอีก  6 ชนิดสุดท้าย ที่คุณสามารถติดตามรายละเอียดได้ดังนี้

10.แก้อาการผดผื่นคันด้วยไพล

ลักษณะของน้ำมันหอมระเหย ที่ทำขึ้นจากไพลนั้น ถือได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื่น แถมยังคงสามารถลดอาการผื่นคันได้เป็นอย่างดี เพียงแค่คุณนำเหง้าสดของไพล มาทำการฝานบาง ๆ แล้วนำไปต้มจนกระทั่งได้น้ำมันมาใช้แก้อาการคันที่เกิดขึ้นได้

11.แก้อาการผดผื่นคันด้วยใบพลู

อาการผดผื่นคันส่วนใหญ่ คุณสามารถแก้ไขได้ด้วยการเลือกใช้ใบพลู ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาชา และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต พร้อมทั้งทำการยับยั้งการเติบโต และฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ วิธีใช้คือนำใบพลูสดมาทำการบดให้ละเอียด หลังจากนั้นให้ผสมกับเหล้าขาวเล็กน้อย แล้วใช้ทาในบริเวณผิวหนังที่มีอาการผดผื่นคันเกิดขึ้น

12.แก้อาการผดผื่นคันด้วยมะนาว

มะนาว ถือได้ว่ามีสรรพคุณในการช่วยลดอาการผดผื่นคัน ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในหน้าร้อนได้ เนื่องจากมะนาว จะสามารถช่วยดลความมันส่วนเกิน ที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนังได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังคงช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้มีความกระชับเต่งตึงได้อีกด้วย

13.แก้อาการผดผื่นคันด้วยข่า

ข่า ถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม และมีส่วนช่วยในการต้านเชื้อแบคทีเรีย พร้อมทั้งเชื้อราที่ติดอยู่กับตัวเอง โดยในการแก้อาการผดร้อนและผื่นคันที่เกิดขึ้นในหน้าร้อน คุณสามารถทำได้ด้วยการเลือกเหง้าข่าแก่เพียงแค่ 1 แง่งเท่านั้น หลังจากนั้นให้ตำให้ละเอียด แล้วนำมาผสมกับเหล้าขาวให้พอมีน้ำขลุกขลิก แล้วใช้ทาบริเวณที่เป็นผดร้อน หรือผดผื่นคันที่เกิดขึ้น

14.แก้อาการผดผื่นคันด้วยประคำดีควาย

สมุนไพรที่มีมาอย่างยาวนานอย่าง ประคำดีควาย ถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่แก้อาการผดผื่นคันได้อย่างดีเลิศ เพียงแค่นำดอกประคำดีควายประมาณ 5 – 6 ดอก นำมาต้มกับน้ำประมาณ 1 ถ้วยตวง แล้วนำน้ำที่คั้นมาทาผิวหนังทุกเช้าและเย็น

15.แก้อาการผดผื่นคันด้วยฟ้าทะลายโจร

สำหรับสมุนไพรอย่างฟ้าทะลายโจร ถือได้ว่ามีสรรพคุณเทียบเท่ากับยาปฏิชีวนะ ที่สามารถนำมารักษาโรคหวัดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังคงรักษาแผลอักเสบได้อย่างดีเลิศ อาการผดร้อนหรือผดผื่นคันที่เกิดขึ้น ถือได้ว่าเป็นอาการที่สามารถรักษาหายได้ด้วยฟ้าทะลายโจร เพียงแค่นำใบสดของฟ้าทะลายโจรมาคั้น แล้วนำน้ำมาทาบริเวณที่เกิดอาการเป็นพอ

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=50047

รูปแบบของการดำเนินธุรกิจมีอะไรบ้าง?

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ นักบัญชี

รูปแบบของการดำเนินธุรกิจมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ ดังนี้

shutterstock_281175035

1. กิจการเจ้าของคนเดียว เป็นรูปแบบของการดำเนินกิจการที่มีเจ้าของเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือผู้ก่อตั้งกิจการนั่นเอง ส่วนมากการดำเนินธุรกิจรูปแบบนี้มักเป็นกิจการขนาดเล็ก โดยผู้เป็นเจ้าของจะเป็นผู้บริหารงานเอง จึงทำให้มีความคล่องตัวในการบริหารงานสูง เพราะสามารถที่จะตัดสินใจในเรื่องของการบริหารงานได้เอง โดยที่ไม่ต้องถามความคิดเห็นของผู้อื่น หากกิจการมีกำไร เจ้าของกิจการก็จะได้รับกำไรแต่เพียงผู้เดียว แต่ถ้ากิจการขาดทุน เจ้าของกิจการก็ต้องรับผิดชอบผลของการขาดทุน และหนี้สินที่เกิดขึ้นแต่เพียงผู้เดียวเช่นกัน การดำเนินธุรกิจในรูปแบบเจ้าของคนเดียวนั้น การหาแหล่งเงินทุนเพิ่มนั้นมีความเป็นไปได้ยาก เพราะว่ามีเจ้าของเพียงคนเดียว

2. กิจการห้างหุ้นส่วน เป็นรูปแบบของการดำเนินธุรกิจที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มาร่วมกันในการก่อตั้งกิจการ โดยเป็นเจ้าของกิจการร่วมกัน มีสัญญาเข้าเป็นหุ้นส่วนกัน และแบ่งผลกำไรกัน เจ้าของกิจการห้างหุ้นส่วนจะเรียกว่า “ผู้เป็นหุ้นส่วน” ในการบริหารงานของกิจการจะกำหนดให้หุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งเป็นผู้บริหารงาน ซึ่งเราจะเรียกว่า “หุ้นส่วนผู้จัดการ”

3. บริษัทจำกัด เป็นรูปแบบของการดำเนินธุรกิจที่ก่อตั้งขึ้น ด้วยการแบ่งเงินทุนเป็นหุ้นที่มีมูลค่าเท่าๆ กัน ผู้ถือหุ้นก็คือเจ้าของกิจการต้องรับผิดชอบไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ บริษัทจะบริหารงานโดยคณะกรรมการบริษัท ซึ่งที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นจะเป็นผู้แต่งตั้ง โดยที่คณะกรรมการบริหารบริษัทนั้นมาจากผู้ถือหุ้นหรือไม่ก็ได้

พบกันใหม่บทความหน้าค่ะ
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=37697

รู้ไว้ดีแน่ วิธีเป็นนายของบัตรเครดิต

shutterstock_135495938

บัตรเครดิตนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียสิ่งที่เราต้องพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจมีบัตรเครดิตไว้ในครอบครองคือ ทำอย่างไรเราถึงจะเป็นนายของบัตรเครดิต และใช้มันอย่างชาญฉลาด ปลอดภัย ถูกต้อง และไม่เป็นการสร้างหนี้ให้เราในอนาคตมากจนควบคุมไม่ได้นั่นเอง

วิธีเป็นนายของบัตรเครดิต

-หมั่นศึกษา คุณต้องศึกษาเงื่อนไขของบัตรเครดิตทุกบัตรอย่างละเอียด อะไรที่ไม่เข้าใจหรือไม่แน่ใจ ให้ถามพนักงานทันที เพื่อจะไม่เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต

-เก็บอย่างดี บัตรเครดิตก็คือเงินเราดีๆนี่เองครับแค่มันเปลี่ยนสภาพไปเฉยๆ ดังนั้นหากเก็บในที่ปลอดภัยย่อมป้องกันการสูญหายหรือถูกคนอื่นมาขโมยไปใช้ในทางที่ไม่ถูกไม่ควร แนะนำว่าหากออกนอกบ้านควรพกไว้ติดตัว แต่ถ้าอยู่ในบ้านก็ควรเก็บไว้ให้มิดชิด หรือใส่ลิ้นชักล็อคกุญแจไว้ยิ่งดี นอกจากนี้ยังไม่ควรให้คนอื่นถือบัตรเครดิตของเราหากไม่จำเป็นหรือไม่ใช่คนที่เราไว้ใจจริงๆ

-ใช้ตามความจำเป็น พึงระลึกไว้เสมอว่าบัตรเครดิตก็คือเงินพลาสติกที่รองลงมาจากเงินสดเท่านั้น หน้าตาอาจไม่เหมือนกันแต่มันก็คือเงินของเรา แถมยังเป็นเงินในอนาคตของเราอีกต่างหากเราจึงควรต้องพิจารณาให้ดีในการจ่ายเงินชนิดนี้ จะใช้อะไรต้องคิดเสมอว่ามันจำเป็นหรือไม่ที่จะเป็นหนี้เพื่อสิ่งนั้น

-ลูกหนี้ที่ดี การชำระหนี้ตรงตามกำหนด และเต็มจำนวนจะส่งผลให้คุณเป็นเป็นลูกหนี้ที่ดี มีเครดิตเพิ่มขึ้น และไม่เสียดอกเบี้ยหรือค่าปรับเพิ่มอีกด้วย

-วันปลอดหนี้ พูดง่ายๆคือหากวันไหนจะไปช็อปแล้วล่ะก็ควรเลือกวันที่มีการตัดยอดบัตรเครดิตไปแล้ว หากเลือกไปช็อปในวันที่ใกล้ตัดยอดจะทำให้รายจ่ายเดือนนั้นเพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ เรื่องนี้ต้องระวังครับ

-ติดต่อบ้าง คือการติดต่อสอบถามกับธนาคารเจ้าของบัตรว่ามีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอะไรหรือไม่เพื่อที่จะได้ไม่เสียประโยชน์โดยใช่เหตุ

-เช็กละเอียด ทุกยอดของการใช้จ่ายที่ส่งมา เราต้องมีการตรวจสอบทุกครั้ง ไม่ใช่แค่จ่ยตามยอดอย่างเดียว เพราะบางทีก็เกิดความผิดพลาดที่เราไม่รู้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

-สลิปสำคัญ การเก็บสลิปที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเอาไว้ ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบการใช้จ่ายผ่านบัตรของเราได้กรณีที่เกิดปัญหาขึ้น

-ยกเลิก การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ หากพิจารณาแล้วว่าเราไม่จำเป็นต้องใช้ ก็ควรยกเลิกไปเสียจะดีกว่าครับ

เคล็ดลับง่ายๆที่จะช่วยให้คุณเป็นนายบัตรเครดิต และไม่เป็นหนี้จนเกินตัว อย่าลืมนำไปใช้กันนะครับ

6 พฤติกรรม ที่ทำให้สุขภาพของคุณพังไม่เป็นท่า (ตอนที่2)

shutterstock_155847956

จากความเดิมตอนที่แล้ว เราได้กล่าวกันไปแล้วในเบื้องต้นว่า บุหรี่ มีพิษภัยต่อสุขภาพของเราร้ายแรงยิ่งนัก แต่ถ้าหากเราเผลอไผล และเลือกที่จะสร้างพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ จะยิ่งส่งผลทำให้สุขภาพของเรานั้นเสียไม่เป็นท่า ส่วนพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ว่านี้ เราได้กล่าวไปแล้วถึง 2 พฤติกรรมด้วยกัน และสำหรับบทความนี้ เราจะมากล่าวถึงพฤติกรรมอื่น ๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายเพิ่มเติม ดังนี้

3.เลือกที่จะทำอาการด้วยแก๊ส

สำหรับผู้ที่เลือกประกอบอาหารด้วยเตาแก๊สอย่างเป็นประจำ ย่อมมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคชนิดต่าง ๆ ซึ่งความร้ายแรงไม่ต่างไปจากควันบุหรี่มือสอง เนื่องจากแก๊สธรรมชาติส่วนใหญ่ ที่ถูกนำมาใช้เหล่านี้ มักจะประกอบไปด้วย คาร์บอนมอนอกไซด์ และ ไนโตรเจนไดออกไซด์ พร้อมทั้ง ฟอร์มาดีไฮด์ ซึ่งในทุก ๆ ครั้งที่เราได้ประกอบอาหารในแต่ละมื้อ เราจะค้นพบกับโอกาสและความเสี่ยง ที่จะสูดดมสารอันตรายเหล่านี้เข้าไปอีกด้วย แต่ถ้าหากคุณอยากจะลดความเสี่ยง คุณสามารถติดเครื่องดูดควัน ซึ่งจะสามารถช่วยดูเอาสารพิษจากแก๊สออกไปได้มากพอสมควร และถ้าเป็นไปได้ คุณควรทำอาหารในที่โล่ง โปร่ง และมีอากาศถ่ายเทจะดีที่สุดค่ะ

4.เลือกใช้น้ำมันผิดประเภท

การประกอบอาการด้วยเตาไฟฟ้า ไม่ใช่ว่าจะรอด เพราะถ้าหากคุณยังคงเลือกใช้น้ำมันประกอบอาหารที่ไม่เหมาะสม หรือผิดประเภทอยู่ ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคภัยชนิดเดียวกัน ย่อมทำให้สุขภาพของคุณเสียได้ไม่เป็นท่า เนื่องจากผลการศึกษาในแวดวงอาหารนั้น เมื่อนำน้ำมันถั่วเหลืองมาใช้ทอดอาหารแล้ว และตั้งน้ำมันด้วยอุณหภูมิที่ร้อนจัด อาจจะนำมาซึ่งสารอัลดีไฮด์ และสารพลีไซคลิก อะโรมาติก และ ไฮโดรคาร์บอน ซึ่งถือได้ว่าเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่เราสามารถค้นพบได้ในบุหรี่นั่นเอง

ซึ่งการเลือกใช้น้ำมัน ในอาหารประเภททอดนั้น เราจะต้องใช้ความร้อนสูง และควรเลือกใช้น้ำมันปาล์ม หรือน้ำมันหมูแทน ซึ่งถือได้ว่ามีกรดไขมันอิ่มตัวสูง ไม่ทำให้เหม็นหืด เป็นต้น

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=50323