จัดสวนดอกไม้หน้าบ้านยังไงให้สวย

shutterstock_179177264

               สำหรับใครที่มีสวนหน้าบ้านแล้วอยากจะซื้อดอกไม้มาตกแต่งสวนหน้าบ้านให้สวยๆกันทั้งนั้น แต่เราก็ต้องทำการเช็คข้อจำกัดต่างๆในการทำสวนด้วยว่าเราควรใช้ดอกไม้อะไรได้บ้าง ต้องเช็คพื้นที่ด้วยว่ามีแค่ไหน และพื้นที่บริเวณนั้นเหมาะที่จะปลูกดอกไม้หรือเปล่า แล้วก็ต้องเช็คว่าควรปลูกในดินหรือว่าปลูกในกระถาง หรือจะปลูกแบบลอย ดอกไม้ที่นิยมนำมาจัดสวนมีหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นบลูซัลเวีย ดอกแพร่เซี่ยงไฮ้, ดอกแฮปปี้เนส, ดอกดาวกระจาย, ดอกเทียนฝรั่ง ไม่ว่าเราจะปลูกดอกอะไรก็ตาม ควรจัดสวนไล่สีให้สวยงาม หรือจัดให้สีตัดกันและดูน่าสนใจจะดีที่สุด

                วิธีการจัดสวนดอกไม้หน้าบ้านนั้น เราต้องเลือกพันธุ์ดอกไม้สำหรับการจัดสวนเสียก่อน ต้องดูด้วยว่าเจ้าของบ้านชอบดอกไม้ประเภทไหน เช่น ชอบดอกไม้ที่มีสีสัน หรือว่าชอบดอกไม้ที่มีสีขาวเรียบๆ สีนวลๆ ไม่ฉูดฉาดเกินไป การเลือกปลูกดอกไม้เพื่อตกแต่งสวนหน้าบ้าน มักจะเลือกดอกไม้ที่มีความสูงในระดับสายตา เมื่อเราเลือกพันธุ์ไม้ได้แล้ว ก็ทำการจัดออกแบบดีไซน์การแต่งสวนของตัวเอง เริ่มจากการไล่ระดับดอกไม้ ระดับต่ำสุด ควรให้เป็นไม้ที่คลุมดินเช่นริบบิ้น หรือว่ายิปซีเป็นต้น ต่อมาก็ต้องเป็นไม้ดอกที่มีความสูงไม่เกิน 50 เซนติเมตร

                จากนั้นก็ให้ทำการตกแต่งพุ่มสูงสุดให้เป็นฉากหลัง จากนั้นก็เลือกสีสันของดอกไม้ในแบบฉบับที่เราต้องการเพื่อตกแต่งสวนให้สวยงามที่เราต้องการ อาจจะเลือกโทนสีร้อน โทนสีเย็นได้ตามชอบ ทั้งนี้ เมื่อเราได้สวนดอกไม้หน้าบ้านที่ต้องการแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องดูแลดอกไม้ให้มีดอกออกมาให้เชยชมตลอดทั้งปี โดยทำการหาอาหารดอกไม้มาบำรุงเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ก็สำคัญทั้งนั้น และนี่ก็เป็นเทคนิคง่ายๆในการจัดสวนดอกไม้ แค่เลือกพันธุ์ไม้ที่ชอบ แล้วจัดสวนไล่ระดับ ตามพื้นที่ที่เราสำรวจเอาไว้ แล้วก็ดูแลให้สวยงามตลอดทั้งปี รับรองว่าสวนหน้าบ้านของคุณจะงดงามสดใส เป็นตัวช่วยสร้างบรรยากาศให้บ้านน่าอยู่มากกว่าเดิมแน่นอน

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48897

ท่านอนที่สามารถแก้อาการปวดหลังได้

shutterstock_111825071

ใครหลากหลายคนที่มีการนอนแบบผิด ๆ ทำให้ตัวเองอาจจะมีอาการปวดหลังขึ้นมาได้ ควรที่จะมีการปรับท่าในการนอนให้มีความถูกต้อง ซึ่งอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยส่วนใหญ่จะมีการบรรเทาลงได้ เมื่อคุณเองมีการดูแลตัวเอง สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังได้มายาวนาน จะมีการบริหารร่างกายได้อย่างไร เมื่ออาการปวดหลังก็ไม่มีการบรรเทาลงเลย ซึ่งผู้ที่เป็นอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณเองอาจจะยังไม่ทันได้คิด โดยเฉพาะท่านอนแก้ปวดหลัง

ท่านอนแก้ปวดหลัง

-นอนตะแคง และหนุนหมอนที่ขา ซึ่งเป็นท่านอนแก้ปวดหลังในการนอนตะแคง เนื่องจากเป็นท่าที่กระดูกสันหลังนั้นจะอยู่ในลักษณะแบบโค้งที่มีความเหมาะสม และมีการนอนตะแคงแบบลักษณะงอเข่าเพียงเล็กน้อย และพร้อมกับการหนอนแบบหนุนหมอนที่อยู่บริเวณระหว่างขา เพื่อที่จะสามารถทำให้สะโพกอยู่ในทิศทางระนาบกันกับบริเวณสันหลังนั่นเอง

-นอนตะแคงเอาแขนอยู่แนบลำตัว ซึ่งท่านอนนี้กลับกลายเป็นท่านอนที่ดีต่อสุขภาพของผู้ป่วยที่กำลังมีอาการปวดหลังมากที่สุด เนื่องจากจะทำให้อยู่ในทาของธรรมชาติ ที่ช่วยในการลดปวดหลังและอาการปวดคอได้ในเวลาเดียวกัน และยังรวมไปถึงช่วยในการลดปัญหาเกี่ยวกับปัญหานอนกรนได้ดีอีกด้วย

-ทานอนตะแคงขวาแบบงอเข่า เป็นท่าทีดี ช่วยในเรื่องหัวใจ และอาหารจากกระเพาะอาการที่ทำการถูกบีบในลำไส้เล็ก โดยท่านอนนี้จะช่วยในการบรรเทาอาการปวดหลังได้ โดยการนอนตะแคงงอเข่า

ดังนั้นผู้ที่มีอาการปวดหลัง ก็จะสามารถหาวิธีง่าย ๆ ในการดูแลตัวเอง เพื่อเป็นการบรรเทาอาการปวดหลังของคุณเองได้ เพราะฉะนั้นท่านอนก็ย่อมเป็นเรื่องที่ความสำคัญเช่นกันเดียวกัน

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=51238

ใช้แท็บเล็ตแบบไหนไม่เสียสายตา และใช้งานได้คุ้มค่า

DSC_1877

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ติดตัวเราอยู่แทบจะตลอดเวลา แน่นอนมันส่งผลกับชีวิตเราในหลายๆด้าน  เช่นอาการเมื่อยล้าเวลาก้มหน้าก้มตาอยู่กับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต  อีกสิ่งหนึ่งที่น่าจะเป็นปัญหามากก็คงจะเป็นเรื่อง  “สายตา”  ที่อาจจะเกิดอาการตาแห้ง  แสบตา  เมื่อยตา  ตาล้า  ตาพร่า  และอื่น ๆ ได้อีกมากมาย  นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่มีอาการปวดขมับ  ปวดศีรษะ  ปวดคอ  ปวดกระบอกตาเพิ่มเข้าไปอีก  ดังนั้นจึงมีเทคนิคการใช้สายตามาฝาก  (ซึ่งใช้กับกรณีคอมพิวเตอร์ได้ด้วยเช่นกัน)  รวมทั้งเทคนิคในการใช้แท็บเล็ต ให้คุ้มค่ากับราคาที่ซื้อมาด้วยครับ

เริ่มกันเลยสำหรับวิธีการใช้งานแท็บเล็ตแบบถนอมสายตาของเรา

            –   ท่าทางที่ใช้อ่านต้องเหมาะสม  ไม่ก้มหรือเงยเกินไป  อีกทั้งยังต้อนเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ด้วยเพื่อลดอาการปวดเมื่อยที่จะเกิดขึ้น

            –  พักสายตาบ้าง  โดยการมองออกไปไกล ๆ (ไม่น้อยกว่า  20  ฟุต)  ในทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง

            –  ควรปรับขนาดตัวอักษรให้อ่านได้แบบไม่ลำบากหรือต้องเพ่งมาก

            –  เลี่ยงการใช้แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนเวลาอยู่บนรถ

            –  ปรับแสงหน้าจอให้มีความสว่างที่เพียงพอ  ไม่จ้าหรือมืดจนเกินไป

            –  หากรู้ตัวว่ามีปัญหาทางสายตาควรจะใส่แว่นเวลาเล่นแท็บเล็ตเสมอ

            –  เตือนตัวเองให้ใช้งานแท็บเล็ตในสถานที่ที่มีความสว่างเพียงพอ

            –  หมั่นกะพริบตาบ่อย ๆ เพื่อลดอาการตาแห้ง  (สำหรับผู้ที่ใส่คอนแทค เลนส์  หากรู้สึกว่าตาแห้งก็อาจจะใช้น้ำตาเทียมหยอดตา)

            –  เลี่ยงการใช้งานสายตาในบริเวณที่มีลมพัดเข้าสู่สายตามาก ๆ

            ทำได้แบบนี้รับรองสายตาไม่พังก่อนวัยอันควรแน่นอนครับ

และหากคุณอยากจะยืดอายุการใช้งานของแท็บเล็ตเครื่องโปรดเรามีข้อแนะนำดังต่อไปนี้

  1. ลบแอพพลิเคชั่นที่ไม่จำเป็นออกไป  :  คุณไม่จำเป็นจะต้องโหลดทุกแอพ ฯ ที่มีคนแนะนำหรือแอพ ฯ ที่ฮิตฮอต  เพราะแอพฯ ที่คุณไม่ได้ใช้ไม่ว่าจะดังแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์และควรจะ  Uninstall  ออกไปเพื่อลดการหน่วยของเครื่อง  และทำให้ใช้งานได้เร็วขึ้น
  2. หมั่นทำความสะอาด  :  แท็บเล็ตนั้นต้องการการทำความสะอาด แต่คนส่วนใหญ่มักไม่สนใจ  ซึ่งนอกจากหน้าจอที่ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าไม่โครไฟเบอร์และน้ำยาเช็ดแล้ว  คุณจะต้องไม่ลืมพวกช่องเสียบต่าง ๆ ด้วย  เช่น  ช่องเสียบหูฟัง  พอร์ตเชื่อมต่อ  ฯลฯ  โดยการใช้ลูกยางทำความสะอาดเป่าเศษฝุ่นเล็ก ๆ ให้หลุดออกมา
  3. ไม่ปล่อยให้แบตเตอรี่หมด  :  ข้อนี้ก็คล้าย ๆ กับกรณีสมาร์ทโฟนที่เราไม่ค่อยจะปล่อยให้แบตฯ  เหลือต่ำเกินไปหรือใช้จนดับ  โดยเฉพาะหากคุณรู้ว่าจะไม่ได้ใช้แท็บเล็ตตัวนั้นเป็นเวลานาน  แม้ว่าคุณตั้งใจจะปิดเครื่องแต่ขอให้แน่ใจว่าก่อนปิด  แบตเตอรี่ของเครื่องจะต้องเหลือไม่น้อยกว่า  50%  (เป็นอย่างต่ำ)
  4. ระวัง  Virus  :  แม้แท็บเล็ตจะไม่ใช่คอมพิวเตอร์แต่ก็ต้องระวังเรื่องไวรัส  โดยควรจะติดตั้งแอพพลิเคชั่นสแกนไวรัสไว้ในเครื่องด้วยเสมอ  (โดย  Anti – Virus  แบบฟรี ๆ ให้เลือกมากมาย)

            รู้แบบนี้แล้วอย่าลืมนำเคล็ดลับง่ายๆเหล่านี้ไปใช้กันนะครับ เพื่อสายตาของคุณและเพื่อแท็บเล็ต เครื่องโปรดจะได้อยู่กับคุณไปนานๆคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปนั่นเองครับ

การสร้างความสุขไปกับการทำงาน

shutterstock_166289762

สำหรับสาว ๆ ที่กำลังจะต้องมีการเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ที่คุณเองก็จะต้องมีการปวดหัวเป็นอย่างมากไปกับการทำงาน ซึ่งคุณเองไม่สามารถที่จะมีการปฏิเสธได้เลย ว่าในสมัยนี้งานจะหายากยิ่งขึ้นกว่าเดิม หลากหลายคนจึงมีการยอมเลือดที่จะทำงานไม่ตรงกับความต้องการที่คุณถนัดของตัวเอง จนทำให้ไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งคุณเองอาจจะมีความรู้ตัวว่าไม่สามารถทำงานได้นี้ได้แต่ก็ต้องทนต่อไป กับการทำงานที่ไม่มีความสุข เนื่องจากไปอยากกลับที่จะเริ่มต้นกับการหางานใหม่ ๆ ทำ ถ้าใครที่กำลังจะเจอปัญหา ก็อย่าท้อกันไปเลย และวันนี้เรามีวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ได้

วิธีทำให้มีความสุขกับการทำงานที่ตนเองอาจจะไม่ถนัด

– คุณไม่ควรบ่นกับงานที่ทำ แม้จะทำให้คุณเองไม่สบายใจ และจะต้องมีการระบาย แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องดีอยู่เสมอ เนื่องจากจิ่งคุณบ่นมาก ๆ มักก็จะทำให้คุณเองรู้สึกแย่ไปกับการทำงานได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นคุณควรที่จะมีการสั่งตัวเองว่าอย่าบ่น เด็ดขาด

– การต่อรองข้อเสนอ ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีหลายอย่างที่จะทำให้ทำงานมีความสุขได้ ไม่ว่าจะเป็นเวลาในการทำงานที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งวันหยุดจะมีการพักร้อน หรือเป็นเวลาพักเที่ยงที่แสนยาวสักหน่อย ซึ่งคุณเองอาจจะมีการต่อรองก็เป็นได้ แต่ถ้าอยากให้เจ้านายของคุณเองเห็นด้วยก็ต้องมีการเสนอข้อมูลไปนั่นเอง

– ควรจัดโต๊ะทำงานให้อยู่ในระเบียบ ซึ่งในการที่คุณไม่ชอบทำงาน เมื่อคุณทำเพราะว่าเกิดการว่างงาน จนทำให้บนโต๊ะทำงานนั้นรู้สึกว่ามีความยุ่งไปตลอดทั้งวัน เนื่องจากมีเวลาว่างที่จะมีการจัดโต๊ะทำงานแบบใหม่ ๆ จะมีการใช้ชั้นวางเอกสารและการเก็บเอกสารที่ไม่ใช้แล้วออกจากโต๊ะทำงาน

ดังนั้นวิธีในการสร้างความสุขเมื่อคุณเองเกิดอาการไม่ชอบงานที่ทำ ก็จะสามารถมีวิธีง่าย ๆ กับการดูสุขภาพของตัวคุณเอง
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=51466

ข้อมูลบัญชี : เครื่องมือสู่จุดหมาย

shutterstock_317649110

วัตถุประสงค์หลักของการบัญชี คือ การจัดทำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ ดังนั้น บัญชีจึงไม่ใช่แค่การจัดทำข้อมูล หากแต่ว่าต้องเป็นเครื่องมือไปสู่จุดหมาย ข้อมูลบัญชีนั้นมุ่งที่จะช่วยให้ผู้นำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ มีการตัดสินใจที่ดีขึ้น ไม่ว่าผู้ใช้จะเป็น เจ้าของ ผู้บริหาร ผู้ให้สินเชื่อ เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ควบคุมดูแล สหภาพแรงงาน หรือกลุ่มผู้ใช้ข้อมูลใดๆที่สนใจต่อผลการดำเนินงานของบริษัท

เนื่องจากมีการใช้ข้อมูลบัญชีอย่างแพร่หลาย และนำไปใช้อธิบายกิจกรรมต่างๆของธุรกิจ บางครั้งจึงถูกเรียกว่าเป็น ภาษาของธุรกิจ และศัพท์บัญชีได้กลายมาเป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน เช่น ต้นทุนราคาขาย ปริมาณราคาขาย กำไร และผลตอบแทนจากการลงทุน เป็นต้นบรรดาผู้ลงทุน ผู้ให้สินเชื่อ ผู้จัดการ และผู้สนใจอื่นๆ มีความจำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจึงความหมายและแนวคิดทางการบัญชี เพื่อที่จะให้มีความเข้าใจและสื่อสารกับบริษัทได้อย่างเหมาะสม

 

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=37463

มหาสมบัติที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวเรา

shutterstock_273021428

นานมาแล้ว มีชายหนุ่มรูปร่างกำยำสมส่วนคนหนึ่ง เขาเป็นคนที่แข็งแรงมาก แต่มองโลกแบบแปลกๆ เพราะเขาชอบบอกกับตัวเองว่าไม่มีความสุขเอาเสียเลยและมักจะบ่นว่า ชีวิตตัวเองนั้นจนแสนจน เขาชอบหอบความทุกข์นี้ไปกับตัวตลอดเวลา จนคนรู้จักเริ่มเอือมระอา

“เมื่อไหร่หนอ ฉันจะร่ำรวยเสียที จะได้สุขสบายไปตลอดชีวิตเหมือนคนอื่นๆ” เขามักจะบ่นแบบนี้เป็นประขำ

ต่อมาวันหนึ่ง มีช่างปั้นผู้ชราเดินผ่านหน้าบ้านของชายหนุ่ม แล้วได้ยินเขาบ่นเรื่องเดิมๆ ชายชราจึงเข้าไปถามเขาว่า

“นี่แน่ะ!!พ่อหนุ่ม ทำไมเจ้าถึงอยากร่ำรวยนัก อยากมีสมบัติมากๆ ทั้งที่ตัวเจ้าก็มีอยู่แล้วมหาศาล”

“ท่านว่าอะไรนะท่านลุง ข้านี่หรือมีสมบัติมหาศาล พูดเป็นเล่นไปได้” ชายหนุ่มพูดด้วยความสนเท่ห์และไม่เชื่อหูตัวเอง แถมยังพูดต่ออีกว่า

“แล้วไอ้ทรัพย์สมบัติของข้าที่ท่านว่า มันอยู่ที่ไหนกัน ฉันไม่เห็นจะมีเลย” ชายหนุ่มพูดพร้อมผายมือไปรอบๆเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้มีสมบัติใดๆ

“ทรัพย์สมบัติมีค่ามหาศาลในตัวเจ้า ก็คือร่างกายของเจ้าที่สมบูรณ์แข็งแรงนั่นไงเล่า เจ้าจงเชื่อข้าเถอะ ทรัพย์อันใหญ่หลวงก็คือ อวัยวะที่ครบถ้วนพลานามัยอันสมบูรณ์และพลังวังชาของเจ้า ซึ่งไม่ว่าจะใช้เงินทอง มากมายแค่ไหนก็ไม่อาจหาซื้อมันได้”  เมื่อชายชราพูดจบก็เดินหัวเราะจากไปอย่างอารมณ์ดี

และชายหนุ่มก็ได้เห็นความจริงในชีวิตว่า ไม่มีอะไรสำคัญและมีค่ามากไปกว่า สุขภาพร่างกาย ที่อุดมสมบูรณ์ครบ 32 ประการ

ในทุกวันนี้ ชีวิตของเราทุกคนนั้นต้องเสี่ยงกับโรคภัยไข้เจ็บนานาชนิด ยิ่งในสภาวะที่อากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไปเร็วขนาดนี้ โรคภัยไข้เจ็บใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาก บางโรคสูญหายไปก็ยังกลับมาอุบัติใหม่ เราจึงควรต้องดูแลสุขภาพของตัวเองให้มากขึ้น รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ทั้งร่างกายและจิตใจ เมื่อร่ายกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่า “ฉันจะไม่ไหวแล้วนะ” เราจะรู้ได้เองว่าถึงเวลาที่ต้องทนุถนอมฟื้นฟูร่างกาย รวมทั้งจิตใจด้วย เพราะสุขภาพดีนั้น หมายถึงต้องดี ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ และพึงระลึกอยู่เสมอว่าต่อให้มีเงินทองมากมายสักแค่ไหนก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีกลับมาได้ ทำได้เพียงยื้อเวลาไว้ก็เท่านั้น

ขอให้มีความเชื่อว่าอยู่เสมอว่า โชคชะตา โอกาส และสติปัญญา ย่อมอยู่กับผู้ที่รักษาและหวงแหนสมบัติล้ำค่าของตัวเองที่ธรรมชาติให้มาตั้งแต่เกิด ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะต้องถามตัวเองว่า วันนี้เราดูแลสมบัติล้ำค่าของตัวเองได้ดีขนาดไหน ถ้าคำตอบคือไม่ เริ่มลงมือวันนี้ก็ยังไม่สายเกินไปครับ
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48574

ส้มตำ มิตรแท้คู่คนไทย

shutterstock_110796902

นับเป็นเมนูอาหารอันดับต้น ๆ ของไทย ที่ครองใจชาวไทยมาเนิ่นนาน หรือจะนับว่าเป็นขวัญใจอาหารไทยไปเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าเราจะอยู่ภาคไหน ตำบลใด ถ้าบอกว่าไม่เคยกินส้มตำก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะเขาออกจะโด่งดังซะขนาดนี้

มาพูดถึงรายละเอียดของเมนู “ส้มตำ” กันดีกว่าครับ ส่วนใหญ่คนไทยเราชอบกินอาหารง่าย ๆ พื้น ๆ ไม่ยุ่งยาก โดยเฉพาะชาวอีสานด้วยแล้วก็คงไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่ว่าจะมื้อเช้า มื้อเที่ยง มื้อเย็น หรือแม้กระทั่งรอบดึก คนเหล่านี้ก็มักจะสรรหาส้มตำมากินกันจนได้

ปัจจุบัน “ส้มตำ” นั้นมีหลายชนิด ไม่ว่าจะตำป่า ตำซั่ว ตำลาว ตำไทย ตำมั่ว และอีกมากมาย แต่ในวันนี้ผู้เขียนของอธิบายคร่าว ๆ โดยจะยกตัวอย่างวิธีการตำส้มตำขึ้นมาหนึ่งชนิด เพื่อเรียกน้ำย่อยให้คุณผู้อ่านได้ไปสานต่อกันเอาเองนะค่ะ ในที่นี้ขอพูดถึง “ตำปูปลาร้า” ซึ่งคงถูกปากใครหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะไปไหนก็มักเลือกเมนูนี้เป็นอาหารยอดนิยม งั้นเรามาดูกันเลยดีกว่าครับว่า ตำปูปลาร้า นั้นทำยังไง ?

ส่วนประกอบของเรามีดังนี้ครับ

  1. มะละกอ คือพระเอกของเราครับ
  2. กระเทียม
  3. พริกขี้หนู
  4. มะเขือเทศ
  5. ปูดอง
  6. ปลาร้า ควรใช้ปลาร้าต้มสุกนะครับ
  7. ผงชูรส
  8. ถั่วฟักยาว
  9. กุ้งแห้ง
  10. น้ำมะนาว
  11. น้ำตาลปี๊บ

ตำส้มตำยังไงให้อร่อย มาดูกันเลยครับ

  1. ปอกเปลือกมะละกอ ให้นำมาสับๆ เฉาะ ๆ แล้วฝานให้เป็นเส้นที่ไม่เล็กมากและไม่ใหญ่มาก ข้อนี้สำคัญนะค่ะเพราะการสับมะละกอโดยไม่ใช้เครื่องไสจะทำให้หน้าตาออกมาน่ากินกว่าครับ
  2. ตำพริก กระเทียม แต่อย่าให้ละเอียดมากนะเอาแค่พอแตก ๆ ก็พอครับ
  3. ตามด้วยถั่วฟักยาว ตำให้แหลกพอดีค่ะ ปรุงรสด้วย น้ำปลาร้า น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว มะเขือเทศ ผงชูรส หรือจะเรียกว่าผงนัวก็ได้ครับ
  4. จากนั้นใส่เส้นมะละกอลงไป ตามด้วยปูดอง (ดึงกระดองออกก่อนจะดีมากครับ) ตำคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  5. ขั้นตอนสุดท้ายคือ ชิมรส ถ้าขาดอะไรก็เพิ่มลงไป เมื่อเสร็จแล้วก็ตักใส่จานได้เลยครับ

ทีนี้ก็หาข้าวเหนียว แค็บหมู ผักเคียง มากินคู่กัน แม่คุณเอ๊ย!!! แซ่บถูกปากไปตาม ๆ กัน แล้วคราวนี้จะไม่ให้ติดใจคนไทยได้ยังไง ในเมื่อมันทั้งทำง่าย รสชาติจัดจ้านสะใจซะขนาดนี้

เรื่องนี้ควรต้องรู้ เลขที่บ้านมงคลสำหรับคนเกิดวันอังคาร

shutterstock_72462301

การซื้อบ้านสักหลัง คือความฝันลำดับต้นๆของเราเกือบทุกคน เฝ้าทำงาน อดออม เพื่อให้ได้ความฝันนั้นมา ราคาบ้านหลังหนึ่งก็ 6 หรือ 7 หลักขึ้นไป บางคนเลือกบ้านตามความพอใจ ความชอบ ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องฮวงจุ้ยดีไม่ดีอะไรทั้งนั้น ขอแค่ฉันชอบก็พอ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดครับ เพราะคนอยู่คือตัวเราเอง เอาที่ฉันสบายใจว่างั้นเถอะ ตางกันข้ามถ้าคนที่คิดมากหน่อย ใครทักอะไรก็ต้องหยุดฟัง เพื่อความเป็นสิริมงคล และเจริญรุ่งเรืองเมื่อเข้าไปอยู่อาศัย แต่ไม่ว่าจะเชื่อมาก เชื่อน้อย หรือไม่เชื่อเลยก็เถอะ โบราณว่าจิ้งจกทักยังต้องฟัง ถ้าคนทักเล่าใยจะไม่ใส่ใจบ้างเชียวหรือ

วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องเลขที่บ้านครับ เรื่องที่ต้องบอกว่าเป็นเรื่องมงคลประจำบ้านอันดับแรกๆเลยก็ว่าได้ มาดูกันว่าเลขที่บ้านกับวันเกิดของเรานั้นมีความสัมพันธ์เกื้อหนุนกันแค่ไหน มาดูวิธีการนับกันก่อนครับ มีหลักการง่ายดังนี้ เช่น ถ้าบ้านเลขที่ของคุณคือ 123/119 ก็ให้นับรวมตัวเลขทุกตัวคือ 1 2 3 1 1 9=17 แล้วนำ 1 7=8 ผลลัพธ์สุดท้ายของเลขที่บ้านคุณก็คือ 8 นั่นเองครับ

ทีนี้เราก็สามารถตรวจดูความเป็นมงคลของบ้านเลขที่จากวันเกิดของเราได้เลย สำหรับคนเกิดวันอังคารกัน ท่านว่า

เลขที่บ้านรวมกันได้ 1 บ้านหลังนี้ดีมากครับ ระดับความเป็นมงคล 100% ด้วยอิทธิพลของดาวอาทิตย์กับดาวประจำวันเกิด ซึ่งเป็นเลขของตัวเอง ส่งผลให้เจ้าของบ้านหลังนี้มีอำนาจบารมีดี ผู้ที่อยู่อาศัยก็มีความคึกคักกระตือรือร้น กิจการเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่งร่ำรวย บ้านหลังนี้เหมาะที่จะทำเป็นสำนักงานหรูๆดูดี มากกว่าจะทำเป็นที่พักอาศัย

เลขที่บ้านรวมกันได้ 2 บ้านหลังนี้ไม่เหมาะกับคุณเลยด้วยอิทธิพลของเลขดาวจันทร์กับดาวอังคาร ซึ่งเป็นดาวประจำวันเกิดของคุณ ส่งผลให้บ้านหลังนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะพบกับปัญหาและอุปสรรคตลอด การงานมักคั่งค้างไม่สำเร็จ ไม่เหมาะทั้งเป็นบ้านพักอาศัยหรือเป็นสำนักงาน

เลขที่บ้านรวมกันได้ 3 บ้านหลังนี้ดีปานกลาง ระดับความเป็นมงคล 50% ด้วยอิทธิพลของดาวอังคารกับดาวประจำวันเกิด ส่งผลให้เจ้าของบ้านหลังนี้จะมีความสุข ผู้คนในบ้านหลังนี้มีความคึกคักกระตือรือร้นขยันขันแข็ง บ้านหลังนี้มีเสน่ห์ดีมากจะมีคนไปมาหาสู่เยี่ยมเยียนเป็นประจำ เหมาะที่จะทำเป็นสำนักงานธุรกิจร้านค้ามากกว่าทำเป็นที่พักอาศัย

เลขที่บ้านรวมกันได้ 4 บ้านหลังนี้ดีมากครับ ระดับความเป็นมงคล 80% ด้วยอิทธิพลดาวพุธกับดาวประจำวันเกิด ส่งผลให้ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านหลังนี้มีความสุขความร่มเย็นยิ่งอยู่ก็ยิ่งดีจะไม่ทุกข์ไม่ร้อนไม่เจ็บไม่ป่วย เหมาะที่จะทำเป็นบ้านพักอาศัยจริงๆ ไม่เหมาะกับการทำเป็นสำนักงานครับ

เลขที่บ้านรวมกันได้ 5 บ้านหลังนี้ดีมาก ระดับความเป็นมงคล 100% ด้วยอิทธิพลดาวพฤหัสกับดาวประจำวันเกิด จะส่งผลให้เจ้าของบ้านมีบารมีดี จะมีโชคลาภ มีความอุดมสมบูรณ์ มีเกียรติยศชื่อเสียง มีหน้ามีตา มีทรัพย์สินมั่นคง มีบริวารดีและมีลูกหลานดี สามารถใช้เป็นทั้งบ้านพักอาศัยหรือจะทำเป็นสำนักงานก็ได้ เป็นมงคลทั้งคู่

เลขที่บ้านรวมกันได้ 6 บ้านหลังนี้ดีพอใช้ ระดับความเป็นมงคล 30 % ด้วยอิทธิพลของเลขดาวศุกร์กับดาวประจำวันเกิดของคุณ ส่งผลให้บ้านหลังมีเสน่ห์ ใครไปมาหาสู่ก็นิยมชมชอบ มีความคึกคักกระตือรือร้น เหมาะที่จะทำเป็นสำนักงานธุรกิจ ที่มีคนอยู่เยอะๆ มากกว่าทำเป็นที่พักอาศัย

เลขที่บ้านรวมกันได้ 7 บ้านหลังนี้ดีมาก ระดับความเป็นมงคล 80 %  ด้วยอิทธิพลของดาวเสาร์กับดาวประจำวันเกิด ส่งผลให้เจ้าของบ้านนี้มีบารมีดี มีเกียรติยศ มีชื่อเสียง และมีคนให้ความเคารพเกรงอกเกรงใจ เหมาะที่จะทำเป็นสำนักงานธุรกิจมากกว่าทำเป็นบ้านพักอาศัย

เลขที่บ้านรวมกันได้ 8 บ้านหลังนี้ดีปานกลาง ระดับความเป็นมงคล 50% ด้วยอิทธิพลของพระราหูกับดาวประจำวันเกิด ส่งผลให้เจ้าของบ้านอยู่แล้วสามารถสร้างฐานะได้อย่างมั่นคง ถึงแม้จะไม่ได้มีเงินทองมากมายแต่ก็อยู่ได้สบายๆ ไม่ค่อยลำบาก เหมาะที่จะทำเป็นสำนักงานธุรกิจมากกว่าที่พักฮาศัยครับ

เลขที่บ้านรวมกันได้ 9 บ้านหลังนี้ดีมาก ระดับความเป็นมงคล 100% ด้วยอิทธิพลของพระเกตุกับดาวประจำวันเกิดของเจ้าของบ้าน ส่งผลให้เจ้าของบ้านมีความสุขกายสุขใจมีฐานะอันมั่นคงด้วยบารมี มีลูกหลานก็ดีมีบริวารก็ดี สามารถใช้เป็นที่พักอาศัยหรือเป็นสำนักงานธุรกิจก็ได้

เมื่อรู้แบบนี้แล้วการเลือกเลขที่บ้านที่เหมาะสมกับวันเกิดของตัวเองก็ถือเป็นการเสริมดวงไปในตัว แต่ถ้าผลรวมออกมาแล้วไม่ดีนักก็ให้เราแก้เคล็ดด้วยการทำบุญให้ถูกต้อง หรือการตั้งศาลพระภูมิเจ้าที่ ให้ท่านช่วยดูแลเราและบ้านของเราและตัวเราให้ปลอดภัยไร้อุปสรรคต่างๆจะได้อยู่อย่างสบายกายและสบายใจ ย้ำกันในตอนท้ายนี้ว่า เลือกในสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต เพราะบ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย สุขอยู่ที่ใจ สุขอยู่ที่เราครับ
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48690

วิธีตกแต่งห้องนอนในสไตล์ที่คุณเองชื่นชอบกับการประหยัดค่าใช้จ่าย

shutterstock_170375702

ห้องนอนเป็นห้องที่ทุกคนต้องอาศัยในการหลับนอนกันอยู่แล้ว จึงกลายเป็นห้องที่มีความสำคัญอย่างมาก ทำให้ต้องมีการตกแต่งห้องนอนให้น่าอยู่ แต่คุณเองอาจจะมีงบแบบประหยัดจึงต้องมีการตกแต่งห้องนอนแบบเรียบง่ายแต่ดูสวยและเก๋ได้มากที่สุด ซึ่งในการตกแต่งห้องนอนคงไม่จำเป็นที่จะต้องมีการจ้างช่างมาทำการดูและให้เกิดความสิ้นเปลืองเงิน ซึ่งเราเองก็สามารถออกแบบเองได้

สำหรับการตกแต่งห้องนอนในงบที่จำนวนจำกัด

-เริ่มจากการตกแต่งห้องผนังที่อยู่บริเวณหัวเตียง ซึ่งคุณสามารถเลือกสีที่คุณชื่นชอบได้และไม่แพงมากจนเกินไปนำมาทาบริเวนผนังห้องของเรานั่นเอง

-แล้วทำการทาสีด้วยตัวเอง ซึ่งในการทาสีก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด ถ้าคุณเองทำการศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน ซึ่งอยู่ที่ตัวคุณว่าจะเลือกสีใดที่จะโดนใจสำหรับคุณเอง

-หลังจากที่ทาสีเสร็จแล้วก็จะนำอุปกรณ์ต่าง ๆที่เราเตรียมไว้ อย่างเช่น กรอบรูป หรือสมุดรูปวาดต่าง ๆ ที่คุณมีนำมาทำการตกแต่งผนังแพดานที่ห้องนอนคุณ ด้วยฝีมืออันเรียบง่าย แต่ก็สวยงามได้เช่นกัน หรือจะเป็นการนำสติกเกอร์รูปต้นไม้ต่าง ๆ มากทำการติดไว้อยู่บนหัวนอน เพื่อความร่มรื่นและสวยงาม ซึ่งในห้องอาจจะเป็นสีเขียวที่ทำให้สบายก็เป็นได้

ดังนั้นในการแตกแต่งห้องนอนของคุณแต่ละห้อง ขึ้นอยู่กับการออกแบบของคุณแล้วว่าจะมีการออกแบบในรูปแบบใดบ้าง แต่ถ้าบางคนไม่มีฝีมือการทาสีเอง ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็สามารถจ้างชั่งมาได้ แต่ก็จะเสียเงินมากหน่อย แต่ถ้าอยากจะออกแบบด้วยตัวเอง มีสไตล์เป็นของตัวเองก็จะสามารถตกแต่งห้องนอน ให้ออกมาดูสวยเก๋ไปอีกรูปแบบหนึ่งก็ว่าได้ และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นวิธีที่ประหยัดค่าใช้จ่ายไปในตัวกับการตกแต่งห้องนอนด้วยตัวเอง

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=51166