กินอาหารมื้อดึกยังไงไม่ให้อ้วน

shutterstock_167545019

1. ความจริงแล้ว การที่เรากินอาหารในตอนกลางคืน ก็ไม่ได้ทำให้เราอ้วนขึ้นมาซักเท่าไหร่ เพราะว่าบางคนก็ทำงานตอนกลางคืน นอนตอนกลางวัน ฉะนั้นเราควรเลือกทานอาหารวันละ 3 มื้อ โดยยึดมื้อแรกเป็นมื้อหลักอีก 4 ชั่วโมงต่อมาเป็นมื้อที่ 2 และอีก 4 ชั่วโมงต่อมาเป็นมื้อที่ 3 จากนั้นรออีก 4 ชั่วโมงให้อาหารย่อยแล้วค่อยนอน แบบนี้จะทำให้คุณไม่อ้วน เช่นคุณกินมื้อเช้าตอน 8 โมง มื้อที่สองตอนก็ต้องกินตอนเที่ยง และมื้อที่ 3 ก็ตอน 4 โมงเย็น เมื่อถึงเวลา 2 ทุ่ม คุณก็ต้องทำการเข้านอน และต้องต้องนอนให้ได้อย่างน้อง 8 ชั่วโมง ทำภารกิจต่างๆให้เสร็จก่อนกินอาหาร 4 ชั่วโมง จากนั้นก็เริ่มมื้อแรกของแต่ระวันได้ทันที

2. การเลือกกินบุฟเฟ่ต์ตอนดึกนั้น ไม่ได้ทำให้อ้วนเสมอไป เพียงแค่เราต้องเลือกทานบุฟเฟต์พวกปิ้งย่าง ด้วยการกินเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย เช่นปลา หรือว่าเนื้อที่บางๆ อีกทั้งกินผักๆเยอะๆ จะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการกินบุฟเฟต์มื้อดึกเป็นประจำก็ไม่ได้ทำให้คุณผอมแต่อย่างใด ต้องนานๆกินที จะช่วยในเรื่องของระบบเผาผลาญได้

3. แม้ว่าจะหิว เราก็ต้องทำการควบคุมความอยากของตัวเองด้วย เพื่อให้ร่างกายของเรานั้นได้ทำการปรับสภาพและส่งผลต่อจิตใจของเรา ทำให้จิตใจของเรานั้นดีไปด้วย ทั้งนี้การเลือกทานอาหารประเภทต่างๆที่มันไม่ค่อยดีต่อร่างกายนั้นเช่นของหวานหรือของมัน ก็ไม่ได้ให้งดไปเลย แต่ว่านานๆกินครั้งก็ได้ กินในปริมาณที่เหมาะสม ยังไงก็ไม่อ้วน ต่อให้จะเป็นมื้อดึกก็ตาม

4. การเลือกทานอาหารในตอนดึก เราต้องเช็คแคลอรี่ เรียกว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ต้องดูว่ามันย่อยได้เร็วมั้ย สามารถเผาผลาญได้ง่ายหรือไม่ มีประโยชน์หรือไม่ แค่นี้ก็ทำให้มื้อดึกของคุณไร้ปัญหาความอ้วนมากวนใจ จะทานมื้อดึกยังไงก็แค่เช็คแคลอรี่และประโยชน์เป็นพอ

กินก่อนนอนยังไง ถึงไม่อ้วน เรามีคำตอบ

shutterstock_132769343

คิดเหมือนกันใช่ไหมครับว่า อาหารมื้อเย็นหรือ มื้อก่อนนอน จะเป็นมื้อที่เราเจริญอาหารมากที่สุด โดยเฉพาะอาหารคาวหวานที่ใครหลาย ๆ คนคงจัดเต็มเสียยิ่งกว่าอาหารเช้าเสียอีก แล้วทีนี้จะไม่ให้ความอ้วนถามหาได้ยังไง ถ้ายังจัดเต็มซะขนาดนี้

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากรักษาหุ่นสวย ๆ ไว้นาน ๆ มาดูทางนี้ครับว่าอาหารต้องห้ามที่ไม่ควรกินก่อนนอนมีอะไรบ้าง

1. ที่มีไขมันสูง

ที่จริงแล้วเราไม่ควรทานอาหารหนักตั้งแต่บ่าย 3 ลงมา เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะได้พักผ่อนแล้ว โดยเฉพาะมื้อก่อนนอน อาหารประเภทหวาน มัน เลี่ยน ๆ ไม่ควรกินเป็นอย่างยิ่ง เพราะอะไรหรอคะ ? ก็เพราะว่าร่างกายเราจะทำงานหนักในช่วงเวลาหลับนอน ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้พอตื่นเช้ามาจะรู้สึกไม่สดชื่น และเป็นโรคอ้วนได้ไม่ยาก ซึ่งคุณก็คงไม่อยากเป็นอย่างนั้นใช่ไหมล่ะครับ ?

2. ขนมหวาน

เป็นที่โปรดปรานของหลายคนเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ช็อกโกแลต เค้กวานิลลา ฯลฯ ซึ่งรู้ไหมครับว่าขนมหวานพวกนี้มีแคลอรี่สูงมาก ซึ่งจะไปกระตุ้นการทำงานของหัวใจให้ทำงานหนักกว่าเดิม แทนที่เราจะได้นอนหลับพักผ่อนอย่างมีความสุขกลับต้องเหนื่อยกว่าเดิม และเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของโรคอ้วนนั่นเองครับ

3. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์  

คุณรู้ไหมครับว่าการสังสรรค์กับบรรดาเพื่อนฝูง โดยการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนจะเข้านอนนั้น ให้ความรู้สึกที่แย่มาก ในที่นี้หมายถึงร่างกายของคุณจะเสื่อมโทรม ฤทธิ์ที่เกิดจากแอลกอฮอล์จะส่งผลทำให้หัวใจเต้นแรง นอนกระสับกระส่าย ทำให้ต้องสะดุ้งตื่นบ่อย ๆ แต่ตอนนั้นคุณคงไม่คิดหรอกครับเพราะสติอาจจะไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว หรืออาจจะเมามากนั่นเอง มิหนำซ้ำยังทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการกรนของคุณขึ้นอย่างทวีคูณ ส่งผลให้คุณภาพในการนอนลดน้อยลง เวลาจะตื่นก็ตื่นได้ไม่เต็มตา

4. กาแฟ

เป็นเรื่องผิดมากครับที่หลายคนเลือกจะดื่มกาแฟก่อนเข้านอน เพราะที่รู้ ๆ กันมาว่ากาแฟมีประสิทธิภาพทำให้เราตื่น ไม่ใช่ยานอนหลับ การดื่มกาแฟก่อนนอนจะทำให้รู้สึกหัวใจสั่น นอนไม่หลับหรือกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมากลางดึก ซึ่งอาจทำให้คุณกลายเป็นหมีแพนด้าไปได้ชั่วข้ามคืน

5. ผัก

หลายคนคิดว่า ผัก คงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับสุขภาพ แต่ความจริงแล้วผักบางชนิดก็ทำให้เกิดโทษได้เช่นกันครับ ถ้าเรากินไม่ถูกเวลา เช่น กะหล่ำปลี หัวหอม บล็อกโคลี เพราะเป็นผักที่มีเส้นใยสูงจะทำให้ระบบการย่อยอาหารของเราทำงานหนักขึ้น มิหนำซ้ำยังทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดความรำคาญ และนอนไม่หลับนั่นเอง

ได้ข้อแนะนำดี ๆ กันไปแล้วอย่าลืมนำไปปรับใช้กันนะครับ รับรองว่าคุณจะได้หุ่นที่ดีขึ้น สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และช่วยให้คุณนอนหลับฝันดีทั้งคืนอีกด้วยครับ

หน้าร้อน ควรดูแลสวนอย่างไรดี ?

shutterstock_268013267

การดูแลสวนในหน้าร้อนเรียกว่าสำคัญมากๆ เราจำเป็นต้องระวังเป็นพิเศษในเรื่องของการใส่ปุ๋ย เนื่องจากอาจจะทำให้ต้นไม้บางต้นในสวนของคุณเกิดอาการไหม้ได้ เพราะว่าหากเป็นปุ๋ยสารเคมีด้วยแล้ว มันจะยิ่งทำปฏิกิริยากับความร้อยจนทำให้ต้นไม้ตายนั่นเอง ฉะนั้นควรเลือกใช้ปุ๋ยธรรมชาติและทำการใส่ปุ๋ยให้ถึงดิน พร้อมทั้งทำการพรวนดินเป็นประจำ เพื่อให้ต้นไม้สร้างอาหารได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งเป็นการเพิ่มความถ่ายเทให้กับอากาศ ทั้งน้ำต่างๆที่จะไหลลงเข้าสู่ดินง่ายกว่าเดิมในหน้าร้อน ยิ่งต้องทำการพรวนดินบ่อย เพราะว่าดินอาจจะแห้งจนแข็ง ทำให้ต้นไม้ในสวนของคุณตายได้

สำหรับบางคนที่ไม่ค่อยว่างรดน้ำต้นไม้ ยิ่งในหน้าร้อนด้วยแล้ว ยิ่งไม่อยากออกไปไหน จะตื่นก็สาย ไปทำงานกลับมาก็ไม่มีเวลารดน้ำต้นไม้ในตอนเย็น จะรดเวลาอื่นก็อาจจะทำให้ต้นไม้ในสวนตายง่าย ฉะนั้น ก็ต้องทำการติดสปริงเกอร์ เพื่อรดน้ำไปเลย เรียกว่าช่วยในเรื่องของการรดน้ำต้นไม้ได้อย่างแน่นอน ยิ่งในหน้าร้อนแล้ว จะช่วยเพิ่มความเย็นสบาย และความชุ่มชื้นให้กับสวนของคุณได้อย่างไม่มีปัญหา ทำให้สวนของคุณไม่เสียหายแน่นอน

ทั้งนี้ก็ต้องทำการเลือกจัดต้นไม้ให้อยู่ในโซนที่เหมาะสม เช่นต้นไม้ที่ไม่ชอบแดดก็ให้เอาไว้ในร่ม ต้นไม้ที่ชอบแดดก็เอาไปไว้กลางแดด กลางสวนได้ทันที การติดสปริงเกอร์นั้นจะช่วยให้สวนของคุณสวยงามมากกว่าเดิม และทำให้สวนมีความร่มรื่นในหน้าร้อน ไม่เหลือง ไม่แห้งตายแน่นอน

แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่เราจะทำการจัดสวน เราก็ต้องทำการเลือกองค์ประกอบในการจัดวาง และตกแต่งสวนให้เหมาะสมด้วย ไม่ใช่เน้นแค่ความสวยงามอย่างเดียว เราต้องมีความรู้พื้นฐานก่อนการจัดสวน เพื่อให้สวยได้รับการดูแลที่ง่ายขึ้น ฉะนั้นองค์ประกอบต่างๆในการจัดวางต้องสอดคล้องกัน เพื่อให้มีความสมดุล ให้มีความเหมาะสมดูเป็นหนึ่งเดียว พร้อมทั้งเลือกซื้อพรรณไม้ให้เข้ากับอากาศ ปรับที่ให้ดี ปรับหลุมให้ดี และต้องมีเวลาในการดูแลสวนด้วย

การดูแลสวน สิ่งสำคัญที่ห้ามลืม

shutterstock_132721007

ไม่ว่าจะเป็นสวนขนาดเล็กหรือว่าสวนขนาดใหญ่ ก็สามารถเพิ่มความร่มเย็นให้กับพื้นที่ในที่พักอาศัยของคุณได้อย่างแน่นอน หากคุณต้องการให้สวนของคุณมีความสดใส ร่มรื่นและมีความสวยงามอยู่เสมอ ก็ต้องทำการดูแลสวนและบำรุงสวนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเอาใจใส่สวนของคุณให้ดี ด้วยตัวของคุณเอง จากเคล็ดลับการดูแลสวนดังต่อไปนี้

เลือกเครื่องมือในการดูแลสวนให้มีความเหมาะสมกับสวน เพื่อให้สามารถเพิ่มอายุการใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างยาวนานมากขึ้น และเป็นการถนอมอุปกรณ์ในการดูแลสวนด้วย หากว่าคุณนั้นเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีความเหมาะสม ทั้งนี้ก็ต้องทำการเลือกอุปกรณ์ที่มีคุณภาพในการทำสวนด้วย

หลังจากที่เราได้อุปกรณ์ในการดูแลสวนแล้ว ขั้นตอนในการเก็บก็ถือว่าสำคัญมากๆ ควรเก็บรวมกันไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้สามารถเลือกใช้ได้ง่าย หยิบใช้ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องไปหาให้เสียเวลา อีกทั้งการเก็บอุปกรณ์ในการดูแลสวนให้อยู่ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมแล้วก็จะช่วยเพิ่มในเรื่องของความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ เนื่องจากอุปกรณ์บางอย่างมีความคม หากไม่เก็บให้ดีก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายและอุบัติเหตุต่างๆได้

เมื่อเรามีสวนแล้ว การพรวนดิน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีของการดูแลสวนอย่างหนึ่ง เพราะว่าดินเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ของต้นไม้ภายในสวนของคุณ หากดินแข็งก็จะทำให้ต้นไม้มีปัญหา ฉะนั้น ต้องทำการพรวนดินเป็นประจำเพื่อเพิ่มสารอาหารให้กับต้นไม้ในสวนของคุณ รากของต้นไม้เหล่านั้นจะได้หาอาหารได้ดีขึ้น และสามารถช่วยระบายความชื้นในดินได้อีกด้วย

ทั้งนี้เวลาที่ดีที่สุดในการดูแลสวนก็คือการลดน้ำต้นไม้ หากไม่มีการลดน้ำต้นไม่จะทำให้ต้นไม้ในสวนของคุณตายแน่นอน และควรเลือกรดน้ำเวลาเช้าจะดีที่สุด หากไม่มีเวลาก็รดช่วงเย็นแทน ห้ามลดตอนกลางวันและตอนกลางคืนเด็ดขาด เพราะว่าอาจจะทำให้เกิดสภาวะต้นไม้ในสวนตายกะทันหันได้ แถมยังเป็นบ่อเกิดของโรคต้นไม้และความชื้นมากเกินไปอีกด้วย

การขยายพันธุ์พืชในสวน มีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง

shutterstock_179177264

ข้อดีในการขยายพันธุ์พืชด้วยตัวเอง

1. จะช่วยให้ได้ปริมาณที่มากขึ้น และทำได้ง่าย เพราะว่าสามารถปฏิบัติได้อย่างสะดวกสบาย

2. จะช่วยให้ได้ปริมาณที่มากขึ้น และทำได้ง่าย เพราะว่าสามารถปฏิบัติได้อย่างสะดวกสบายและเสียค่าใช้จ่ายน้อยมากๆ เนื่องจากไม่ต้องทำการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆเพิ่มเติม แถมยังเพิ่มความสะดวกสบายในการขนส่งต่างๆอีกมากมาย

3. การที่เราทำการขยายพันธุ์พืชเอง ก็จะทำให้เราสามารถทำการปรับพืชพันธุ์ที่ขยายให้เข้ากับสภาพแวดล้อมๆได้ง่าย ยิ่งพืชพันธุ์ที่มีรากแข็งแรง ก็จะทำให้มีการเจริญเติบโตที่ง่ายขึ้น ทำให้สามารถทนแล้งได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะว่าสามารถดูดน้ำจากธรรมชาติได้ด้วยตนเอง

4. เมื่อเราทำการขยายพันธุ์พืชเอง ก็จะทำให้พืชพันธุ์สามารถหากินจากพื้นดินเดิมที่มีแร่ธาตุต่างๆมากมาย ทำให้สามารถได้รับธาตุต่างๆเต็มที่ และทำให้ต้นพืชเหล่านั้นมีการเจริญเติบโตและสมบูรณ์รวดเร็ว เนื่องจากได้รับสาอาหารที่ครบถ้วน

5. การที่ขยายพันธุ์พืชด้วยตนเองนั้น จะช่วยให้พืชเหล่านั้นมีอายุยืนมากกว่าเดิม เนื่องจากมีอาหารที่ดี ทนทานต่อเหล่าแมลงต่างๆ ทำให้พืชพันธุ์ไม่ตายง่าย และติดโรคยาก แต่หากไม่ได้ทำการขยายพันธุ์พืชเองก็อาจจะติดโรคต่างๆได้ง่าย

ข้อเสียในการขยายพันธุ์พืชด้วยตัวเอง

1. การที่เราขยายพันธุ์พืชด้วยตัวเอง จะทำให้พืชเหล่านั้นอาจจะกลายพันธุ์ได้ เพราะว่าบางเมล็ดสามารถงออกออกมาได้หลายต้น เมื่อเกิดการขยายพันธุ์ใหม่ก็อาจจะเกิดการกลายพันธุ์ แต่ว่าบางชนิดก็อาจจะไม่กลายพันธุ์

2. สำหรับข้อเสียอีกหนึ่งอย่างที่เราขยายพันธุ์พืชเอง จะทำให้มีลำต้นที่ใหญ่กว่าปกติ ทำให้คนที่มีพื้นที่น้อยไม่สะดวกต่อการดูแลต้นไม้ที่สูงใหญ่ และทั้งนี้เองก็อาจจะทำให้ไม่สะดวกในการดูแลรักษาหรือว่าเก็บเกี่ยวมากเท่าไหร่

3. สำหรับการขยายพันธุ์พืชเอง ทำให้เกิดต้นใหญ่และเมื่อต้นไม้มีขนาดใหญ่ก็ยิ่งทำให้ผลดอกและผลจำนวนมากหล่นเสียหาย เพราะว่าเก็บไม่ทัน แม้ว่าผลจะออกช้าก็ตาม เนื่องจากการขยายพันธุ์เองก็ต้องเลี้ยงดูนานมากๆ

เทคนิคการทำสวน ให้สวนสวยยาวนาน

shutterstock_278822444

หลังจากที่บางคนจัดสวนซะสวยแล้ว ก็ไม่มีเวลาดูแลสวนอีกต่อไป บางคนไม่ใส่ใจในรายละเอียดต่างๆหลังจากที่จัดสวนอีกเลย ทำให้เกิดวัชพืชต่างๆ เต็มสวนไปหมด มันก็แย่งอาหารต้นไม้ในสวนของคุณ ซึ่งคุณต้องทำการกำจัดวัชพืชออกไป อาจจะใช้ยากำจัดวัชพืช หรือว่าทำการกำจัดด้วยตัวเองก็ได้ เพื่อให้มันไม่ก้าวก่ายเข้ามาในสวนมากเกินไป

หลายๆคนที่ชื่นชอบการจัดวางก้อนกินเอาไว้ในส่วน เพื่อเติมเต็มความเป็นธรรมชาติให้กับสวนอย่างแท้จริง ก็ต้องทำการเลือกที่วางดีๆ จำนวนที่เหมาะสม เพื่อให้ดุเป็นธรรมชาติมากที่สุด จากนั้นในการปลูกไม้ยืนต้น เรียกว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะว่าจะช่วยให้เพิ่มความสวยงามให้กับสวนของคุณได้ โดยต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมกับสวนของคุณด้วย ส่วนใครที่อยากมีสวนเขียวเต็มไปด้วยหญ้า และต้องการปูหญ้านั้น ก็ควรทำการปรับพื้นให้ดีก่อนการปูหญ้า เพื่อให้หญ้าสามารถเติบโตต่อไปได้ เราต้องทำการปรับหน้าดินใหม่ มีการระบายน้ำ ใช้ทราย ใช้ปุ๋ยในการลงพื้นก่อนการปูหญ้า และก็ควรเลือกหญ้าให้ถูกชนิด ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดปัญหาหญ้าตาย หญ้าเหลืองได้เช่นกัน

ส่วนการปูทางเข้า ทางเดินไปยังสวน เรียกว่าหลายๆคนคงจะชื่นชอบ ซึ่งเราควรทำการปูทางเท้าหลังจากที่ปูหญ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปกติวัสดุในการทำทางเข้าก็จะมีทั้งกินล้าง, กินกาบ, ซีเมนต์อัด, ซีเมนต์, ศิลาแลง และวัสดุอื่นๆอีกมามายให้เลือกตามความชอบตามไลฟ์สไตล์ในการจัดสวนของแต่ละคน

และเมื่อเราทำการจัดสวนเสร็จแล้ว ก็ต้องทำการเล็มหญ้าเป็นประจำหลังจากนั้น พร้อมทั้งใส่ปุ๋ยต้นไม้ในสวน ทำการฉีดยาฆ่าแมลงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ยืนต้น, ไม่ประธาน, ไม่พุ่ม, ไม้คลุมดิน หรือว่าไม้น้ำก็ตาม ส่วนไม้ประดับก็ต้องทำการเลือกวางให้ถูกตำแหน่ง เพื่อให้สวนของคุณนั้นสวยงามและเป็นการเพิ่มอายุให้ไม้เหล่านั้นมีอายุที่ยาวนานยิ่งขึ้น

กระต่าย เพื่อนตัวน้อยในบ้าน ตอนที่ 1

shutterstock_105067559

กระต่ายถือเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมในบ้านอย่างหนึ่งครับ ด้วยความน่ารักของมันจึงทำให้ใครหลายๆคนยอมเป็นทาสกระต่าย พอๆกับยอมเป็นทาสแมวเลยล่ะ แต่ก่อนจะลงมือเลี้ยงเราลองมาทำความรู้จักกับเจ้าเพื่อนตัวน้อยนี้ให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่าครับ

คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่ากับ การเลี้ยงกระต่าย

“กระต่าย” ก็ถือเป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตอีกชนิดหนึ่งที่หลาย ๆ บ้านนิยมเลี้ยงกันไม่แพ้สุนัขและแมว แต่กระนั้นก็ยังมีความเข้าใจผิดบางประการในการเลี้ยงเจ้ากระต่ายน้อยมากมาย ทำให้การเลี้ยงสำหรับคนส่วนมากประสบปัญหาอยู่ไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่กระต่ายนั้นมีหน้าตาน่ารักน่าชัง ตัวเล็ก ๆ ซื้อขายง่าย ทำให้กลายเป็นตัวเลือกสำหรับเป็นของขวัญสำหรับคนนั้นคนนี้ง่ายทีเดียว แต่เมื่อมีความเข้าใจไม่ถูกต้องกับการเลี้ยงกระต่าย ทำให้เกิดกรณีกระต่ายถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวหรือจากโลกนี้ไปก่อนเวลาอันควร ด้วยเพราะกระต่ายนั้นเป็นสัตว์ที่มักจะไม่ส่งเสียงร้องเวลาเจ็บปวดเล็ก ๆ น้อย เหมือนสุนัขหรือแมว ทำให้การเอาใจใส่ต้องมากกว่าในระดับหนึ่ง

– กระต่ายเหมาะกับเด็ก ?

หลายครอบครัวเลือกที่จะซื้อกระต่ายมาให้หนูน้อยที่บ้าน เพราะคิดว่าเป็นสัตว์ที่ปลอดภัยไม่ทำอันตรายกับลูกเราแน่นอน มันก็อาจจะใช่ แต่ในทางกลับกัน เด็ก ๆ ต่างหากที่มักจะทำอันตรายให้กับกระต่ายได้แบบไม่รู้ตัว โดยธรรมชาติของเด็กนั้นเขาจะยังไม่เข้าใจว่าหากเล่นแรง ๆ จะทำให้กระต่ายเจ็บ การอุ้มกอดเล่นอยู่ตลอดเวลาหรือกระชากไปมาทำให้กระต่ายเป็นโรคเครียดและไม่ไว้ใจคนไปเสียง่าย ๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่านี้กระต่ายบางตัวที่หนีและไม่ยอมให้คนอุ้ม นั่นก็อาจจะมาจากสาเหตุเหล่านี้ ดังนั้นหากคุณคิดจะซื้อกระต่ายมาให้เด็ก ๆ เลี้ยง คุณควรจะทำความเข้าใจกับเขาให้ดีก่อนเสมอ

– กระต่ายอีเหม็น ?

ไม่จริง สิ่งที่เหม็นคือ “ฉี่” ต่างหาก แต่คุณสามารถฝึกให้กระต่ายเข้าห้องน้ำเป็นที่เป็นทางได้เหมือนสุนัขและแมว โดยให้สังเกตพฤติกรรมว่าปกติกระต่ายของคุณปลดทุกข์ที่ไหนก็ให้เข้าห้องน้ำกระต่ายไปวางไว้ (ซึ่งอาจจะมีหลายที่) หรืออาจจะใช้การปูกระดาษหนังสือพิมพ์หรือนำขี้เลื่อยมาปูรองไว้ก็ได้ เพียงแค่นี้ก็หมดปัญหาเรื่องสุขอนามัยแล้ว

– กระต่ายเลี้ยงง่าย ?

กระต่ายนั้นอาจจะดูเป็นสัตว์ที่หามาเลี้ยงง่าย แต่เชื่อไหมว่าค่าดูแลรักษานั้นสูงพอควรเลยทีเดียว ตั้งแต่อุปกรณ์ในการเลี้ยง ค่าอาหาร ค่าสัตวแพทย์เมื่อเจ็บป่วย ฯลฯ นอกจากนี้กระต่ายยังมีนิสัยที่สร้างความเสียหายให้กับบ้านสูง เช่น เป็นสัตว์ที่ชอบกัด ชอบแทะ ชอบขุด ดังนั้นเหล่าเฟอร์นิเจอร์และสายไฟที่ระโยงรยางค์จึงมักเป็นเป้าที่ถูกโจมตีได้ง่าย หากรักที่จะเลี้ยงกระต่ายก็จงระวังข้อนี้ไว้ให้ดี และเก็บสิ่งที่ควรเก็บให้เรียบร้อยเสีย

– หิ้วหูกระต่ายได้หรือ ?

ระวัง ! กระต่ายจริง ๆ นั้นไม่เหมือนกระต่ายในการ์ตูนที่มักถูกหิ้วหรือดึงหูทั้งสองข้างอยู่เป็นประจำ เพราะ “หู” ถือเป็นส่วนสำคัญและเป็นบริเวณที่อ่อนไหวง่ายการหิ้วตัวเขาโดยการดึงหูอาจจะทำให้บาดเจ็บได้ สำหรับวิธีการอุ้มที่ถูกต้องก็คือ ใช้มือดึงบริเวณหลังแล้วใช้มือพยุงกันเพื่อรองรับน้ำหนัก

– กระต่ายกินแต่แครอตและผักบุ้ง

กระต่ายนั้นไม่ได้กินแต่แครอตหรือผักบุ้งเท่านั้น อันที่จริงแล้วผักบุ้งไม่ควรจะให้กระต่าย เพราะมียางสูงซึ่งไม่สามารถย่อยได้ นอกจากนี้กระต่ายยังเป็นสัตว์กินพืช ดังนั้นไม่ควรจะให้เนื้อสัตว์แก่กระต่ายเป็นอันขาด รวมถึงอาหารที่มีแป้งสูงก็ไม่เหมาะกับกระต่ายเช่นกัน เช่น มัน ขนมบางชนิด หรือแม้แต่ผักบางชนิดที่มีแคลเซียมสูงเกินไปก็ไม่ควรเพราะทำให้เป็นนิ่วได้

อาหารที่เหมาะสมกับกระต่ายนั้นคือ “หญ้า” ที่สามารถซื้อได้ตามร้านอาหารสัตว์หรือสามารถเก็บหญ้าข้างทางมาล้างให้สะอาดก็ได้ นอกจากสิ่งที่ควรหรือไม่ควรให้กระต่ายกินแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่มองข้ามไปไม่ได้เป็นอันขาดก็คือ “ความสะอาด” เพราะกระต่ายเป็นสัตว์ที่ท้องเสียหรือท้องผูกได้ง่าย ดังนั้นก่อนจะหากระต่ายมาเลี้ยงก็ควรจะศึกษาเรื่องโภชนาการที่ถูกต้องก่อนจะดีที่สุด เรื่องราวความน่ารักของเจ้าบันนี่น้อยยังไม่จบแค่นี้ครับ ในตอนหน้าเราจะมารู้จักกับเพื่อนตัวน้อยนี้กันให้มากขึ้นอย่าลืมติดตามนะครับ

ที่มาจาก: pangpond.com|>50877<|

กระต่าย เพื่อนตัวน้อยในบ้าน ตอนที่ 2

shutterstock_228140596

มากันกับเรื่องของเจ้ากระต่ายตัวน้อยครับ ว่าถ้าคิดจะเลี้ยงแล้วเราต้องรู้จักอะไรกันบ้าง

– กระต่ายแคระ ?

บางครั้งเมื่อเราผ่านแผงขายกระต่าย คนขายจูงใจเราด้วยคำว่า “กระต่ายแคระ” หรือเข้าใจง่าย ๆ ว่าจะเป็นกระต่ายพันธุ์จิ๋วที่ไม่โต ซึ่งกระต่ายแคระนั้นมีจริง ๆ คือพันธุ์ Netherland Dwarf และพันธุ์ Holland Lop แต่เชื่อหรือไม่ว่ากระต่ายที่ถูกเอามาขายโดยใช้ป้ายโฆษณาว่า “กระต่ายแคระ” โดยมากแล้วเป็นกระต่ายเด็กที่ยังไม่หย่านม แม้จะดูตัวเล็ก ๆ น่ารักเหมือนกระต่ายแคระ แต่จริง ๆ เป็นเพียงกระต่ายเด็กที่ไม่มีภูมิต้านทาน เมื่อซื้อไปเลี้ยงร้อยละ 95 จึงมักไม่รอดภายในไม่กี่อาทิตย์

–   เลี้ยงกระต่ายต้องเลี้ยงเป็นคู่ ?

บางคนคิดว่าหากเลี้ยงอะไรควรเลี้ยงเป็นคู่ เพราะจะได้ไม่เหงา แต่คุณอาจจะคิดผิด หากเลี้ยงกระต่ายเป็นคู่นั้นจาก 2 ตัว อาจจะกลายเป็น 20 ตัว ได้ในเวลาไม่ถึงปี เพราะกระต่ายนั้นตั้งท้องแค่ 1 เดือนก็คลอดแล้ว ดังนั้นหากอยากเลี้ยงกระต่ายแบบตัวผู้และตัวเมียควรจะพาไปทำหมันเสีย หรือบางคนอาจจะเลี้ยงกระต่ายเพศเดียวกันเป็นคู่ หากเป็นตัวเมียทั้งคู่ยังไม่มีปัญหาเท่าตัวผู้ทั้งสองตัว เพราะกระต่ายนั้นเป็นสัตว์หวงพื้นที่ อาจจะมีการต่อสู้แย่งพื้นที่กันได้

นอกจากนี้หากคุณอยากจะเลี้ยงสัตว์หลาย ๆ ประเภทไว้ด้วยกัน เช่น มีแมวหรือสุนัขอยู่แล้วอยากเลี้ยงกระต่ายด้วย ก็ให้ลองกลับไปอ่านในหัวข้อ “เคล็ดลับสานสัมพันธ์ ‘หมา’ ‘เหมียว’ ” เพราะวิธีการนั้นก็ใกล้เคียงกัน คือคุณจะต้องสังเกตพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงตัวเองให้ดี แต่คุณเชื่อไหมว่ากระต่ายนั้นมีแนวโน้มจะเข้ากับคนหรือสัตว์อื่น ๆ มากกว่ากระต่ายด้วยกันเองเสียอีก หรือจริง ๆ แล้วคุณสามารถเลี้ยงกระต่ายตัวเดียวได้เพียงแค่มีเวลาให้เขาในทุก ๆ วัน วันละสักหนึ่งชั่วโมงก็นับว่าเพียงพอ เพราะกระต่ายนั้นชอบการสัมผัส เพียงคุณให้ความรักกับเขาผ่านการสัมผัส ลูบ กอด เขาก็จะแสดงความรักตอบโดยการเข้ามาคลอเคลียหรือเลียมือ

– เลี้ยงไม่ไหวก็แค่ปล่อยไป ?

หากถึงจุดหนึ่งที่คุณคิดว่า…ถ้าเลี้ยงไม่ไหวก็แค่ปล่อยไป ขอให้เข้าใจว่าการปล่อยกระต่ายเลี้ยงกลับคืนสู่ธรรมชาติ (ไม่ว่าจะปล่อยที่ไหน) ก็ถือเป็นการฆ่ากระต่ายด้วยกันทั้งสิ้น เนื่องจากกระต่ายที่ถูกเลี้ยงโดยมนุษย์นั้นจะไม่เหมือนกระต่ายป่าที่มีสัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดจากนักล่าตามธรรมชาติ หรือแม้แต่การออกหาอาหารเอง ฉะนั้นคุณควรจะคิดและประเมินสถานการณ์ของตัวเองให้ดีก่อนจะหากระต่าย (หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงใด ๆ ) มาเลี้ยงเสมอ

– กระต่ายอายุสั้น

เชื่อไหมว่ากระต่ายนั้นมีอายุขัยจริง ๆ ถึง 8 – 12 ปี ดังนั้นที่บอกว่ากระต่ายอายุสั้นหรือตายง่ายจึงไม่จริงเลย เพราะอยู่ที่เราซึ่งเป็นคนเลี้ยง หากเลี้ยงอย่างถูกวิธี รู้จักธรรมชาติของเขา สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับเขา เขาก็จะสามารถอยู่กับเราได้นาน

นี่แหละครับเรื่องราวน่ารู้ของเพื่อนตัวน้อยอย่างกระต่ายที่อยากให้คุณได้ทำความรู้จัก ก่อนจะรับมาไว้เป็นสมาชิกในบ้าน รู้ไว้ก่อนจะได้เตรียมตัวได้ถูกต้อง ไม่ต้องมาปวดหัวในภายหลังครับ

ที่มาจาก: pangpond.com|>50880<|

คำสาปของการกินอาหารมื้อดึก

shutterstock_1695859251.กินอาหารมื้อดึกแล้วคุณจะอ้วน ยิ่งกินอาหารที่มีพลังงานสูงๆและไม่มีคุณค่าทางอาหารจะยิ่งทำให้อวบระยะสุดท้ายได้เร็ว ทำให้มีพุง กินมื้อดึกแล้วก็นอนยิ่งทำให้รูปร่างของคุณนั้นขยายใหญ่จนกลายเป็นอ้วนโดยไม่รู้ตัว

2.กินอาหารมื้อดึกแล้วจะนอนไม่หลับ เพราะว่ากระเพาะอาหารจะเริ่มทำงานอีกครั้งทำให้ระบบการนอนหลับต้องปรับใหม่ ให้ร่างกายได้ย่อยอาหารเสียก่อน ฉะนั้นยิ่งกระเพาะอาหาทำการย่อยก็ทำให้คุณนั้นหลับไม่สนิท กระสับกระส่าย จนถึงขั้นนอนไม่หลับได้

3.กินอาหารมื้อดึกแล้วจะเป็นโรคกรดไหลย้อน เพราะว่า ระบบทางเดินอาหาต้องมาทำการย่อยอาหารในช่วงดึก ซึ่งมันผิดเวลา มันไม่ใช่เวลาที่กระเพาะอาหารต้องมาย่อยอาหาร มันเป็นเวลาที่กระเพาะอาหารต้องพักผ่อนบ้าง

4.กินอาหารมื้อดึกแล้วส่งผลต่อสุขภาพและฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้ภูมิคุ้มกันต่างๆในร่างกายมีปัญหา และทำให้สุขภาพเสียได้ง่ายๆ เนื่องจากระบบการทำงานต่างๆจะถูกรบกวนในตอนดึก ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่แข็งแรง และนี่ก็เป็นผลเสียในการกินอาหารมื้อดึก

5.กินอาหารมื้อดึกแล้วทำให้โรคเก่าๆเกิดกำเริบขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน, โรคความดันสูง, โรคไขมัน, โรคหัวใจ, โรคไต และอีกหลายๆโรค ที่กำเริบได้จากร่างกายของเราไม่ได้พักผ่อนในช่วงเวลาดึกซึ่งเราเอาเวลาที่ร่างกายต้องพักผ่อนไปกินนั่นเอง

6.กินอาหารมื้อดึกแล้วทำให้เราติดนิสัย พอรู้ว่ากินได้ก็กินอีก เมื่อกินบ่อยๆ มันก็จะทำให้นิสัยของเรานั้นเสีย การกินอาหารมื้อดึกไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก แถมยังทำให้เรานั้นขาดอาหารเช้า ทำให้เราไปหิวช่วงบ่าย ช่วงเย็นมากกว่าเดิม

7.กินอาหารื้อดึกแล้วทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆได้ง่าย โดยเฉพาะโรคอ้วน, โรคหยุดหายใจในขณะหลับ, โรคไขมันสูง, โรคหัวใจทำงานหนัก, อีกทั้งโรคทางภูมิคุ้มกันต่างๆ เพราะว่าร่างกายของเราไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่เอาเวลาไปย่อยอาหารนั่นเอง

อาหารดิบ ดีหรืออันตรายอย่างไร ?

shutterstock_155495843

หลายๆคนชอบทานมากๆ สำหรับเนื้อบางชนิด ที่มีความดิบอยู่ในตัว บางทีมันให้ความรู้สึกนุ่ม มันหวาน แล้วอาหารดิบๆ มันจะดีกว่าอาหารสุกๆตรงไหนกันเชียว ? อันตรายต่างๆ จะมีมากน้อยแค่ไหน? เมื่อมีคนบางจำพวกกล่าวว่าเอ็นไซม์อยู่ในอาหารดิบ ทำให้สามารถลดน้ำหนักได้? จริงๆหรือ ?

เมื่อเราเลือกที่จะทานอาหารดิบ หรือโรลฟู้ดไดเอ็ทนั้น ความจริงแล้ว ความหลากหลายของมันต้องเป็นพืช ที่ต้องปรุงด้วยความร้อนต่ำไม่เกิน 115 องศาฟาเรนไฮต์ ส่วนเนื้อดิบที่สามารถกินได้ แต่ไม่ควรบ่อยก็คืออาหารดิบประเภทซาซิมิ, อาหารดิบประเภทปลาดิบ,อาหารดิบประเภทเนื้อบางชนิด, ผักดิบบางชนิด, ผลไม้ดิบบางชนิด เป็นต้น นอกจากนี้ ในส่วนของหน่ออ่อนจากพืชก็ได้รับความนิยมในการกินแบบดิบๆเช่นกัน อีกทั้งพืชตระกูลทั่วอย่างเม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นต้น แต่ในส่วนของอาหารดิบที่ดีจริงๆ ควรที่จะเป็นน้ำผลไม้คั้นสด ที่บอกได้เลยว่า กินดิบๆแล้วดีกว่าอาหารประเภทอื่นๆแน่นอน

 แล้วอาหารดิบนั้นมีสารอาหารอะไรบ้าง ที่คนส่วนใหญ่ถึงเลือกทานกัน? เริ่มจากไขมัน เป็นอาหารที่สามารถได้รับจากอาหารดิบได้ ซึ่งมันเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัวนั่นเอง นอกจากนี้ก็จะมีในส่วนของโปรตีนที่เราสามารถรับได้จากผักดิบใบเขียว เมล็ดพืชดิบและถั่วดิบต่างๆ, คาร์โบไฮเดรต , และเกลือ ถือว่าก็เกือบได้สารอาหารครบทุกหมวดหมู่ ยกเว้นวิตามินจากอาหารดิบ

ไม่ใช่ว่าเราเห็นอาหารดิบมีประโยชน์เกือบครบทุกหมู่แบบนี้แล้วก็เลือกกินตลอด เราต้องรับสารอาหารอย่างอื่นจากอาหารที่ปรุงสุกด้วย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสารอาหารประเภทใยอาหาร, สารอาหารประเภทโพแทสเซี่ยม, สารอาหารประเภทแคลเซี่ยม, สารอาหารประเภทวิตามินบี 12, สารอาหารประเภทวิตามินดี เป็นต้น

แล้วสรุปว่าอาหารดิบ ช่วยลดหรือเพิ่ม โรคกันแน่ ? ความจริงแล้วก็ยังไม่มีอะไรที่ระบุชัดเจนว่าอาหารดิบเป็นผลดีต่อร่างกาย แม้ว่าอาหารบางชนิดจะกินแบบดิบๆได้ แต่ว่าก็ควรที่จะเลือกทานอาหารสุกสลับกันเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนจะดีที่สุด

ที่มาจาก: pangpond.com|>50837<|