เผื่อใครยังไม่รู้ ปัญหาบนท้องถนนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

shutterstock_219899893

ชีวิตหลังพวงมาลัยคือการต้องตัดสินใจและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเส้นทาง ทั้งปัญหาของรถ ปัญหาจากตัวผู้ขับขี่ รวมถึงจากผู้ร่วมทางคันอื่นๆด้วย การรู้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆไว้บ้างอาจช่วยให้คุณรอดพ้นสถานการณ์ตึงเครียดบนท้องถนนได้บ้าง มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้างที่ควรรู้ไว้ในเบื้องต้น

เบรกแตก หากคุณต้องอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขนาดขนาดนี้ แน่นอนว่าอาจถึงขั้นตกใจสุดขีดหัวใจเต้นรัวๆ วิธีการรับมือกับสถานการณ์นี้คือ คุณต้องตั้งสติให้มั่น อย่าตกใจจนเกินไป(ทันไหม) สิ่งที่ต้องทำคือ เปลี่ยนเกียร์เป็นเกียร์ต่ำ เพื่อชะลอความเร็วของรถ จากนั้นจึงค่อยๆดึงเบรกมือช้าๆ อย่าดึงขึ้นแรงๆแบบทันทีครับ เพราะอาจจะทำให้รถหมุนคว้างกลางถนนได้ เมื่อรถชะลอความเร็วลงแล้วให้นำรถเข้าข้างทางแล้วปิดกุญแจทันที

เครื่องยนต์ร้อนจัดทำอย่างไรดี วิธีสังเกตง่ายๆคือดูที่เข็มความร้อนนั่นเองครับ ถ้ามันสูงเกินปกติ โดยทั่วไปถ้าเกินครึ่งหนึ่งขึ้นไปอีกนั่นถือว่าเริ่มผิดปกติแล้วครับ เมื่อเจอกับสถานการณ์แบบนี้ให้คุณจอดรถในที่ปลอดภัย ดับเครื่องยนต์ แล้วเปิดฝากระโปรงรถ นั่งรอสักครู่ให้เครื่องเย็นลง อย่าเพิ่งเปิดฝาหม้อน้ำในขณะที่เครื่องยังร้อนอยู่โดยเด็ดขาดอันตรายมากครับเพราะน้ำในหม้อน้ำอาจจะกำลังเดือดและมีแรงดันสูงขนาดที่พุ่งออกมาใส่ตัวคุณได้เลยทีเดียว พอรอจนเครื่องยนต์และหม้อน้ำเย็นลงแล้ว จึงเปิดหม้อน้ำและค่อยๆเติมน้ำลงไป ขั้นตอนต่อจากนี้คือ ถ้าขับต่อไปสักระยะแล้วความร้อนเกิดขึ้นมาสูงอีก ให้พารถของคุณไปพบช่างที่ใกล้ที่สุดครับ เพื่อหาสาเหตุ ซึ่งปกติ นอกจากหม้อน้ำแล้วก็อาจเกิดจาก เครื่องยนต์มีปัญหาทำให้ความร้อนสูง หรือระบบไฟหน้าปัดรวนก็เป็นได้ครับ

คุณผู้หญิงควรระวัง หากคุณเป็นผู้หญิงแล้วต้องขับรถเดินทางไปทำธุระยังที่ต่างๆอยู่เสมอๆ ให้หมั่นสังเกตสิ่งรอบตัวอยู่เสมอๆ เพราะบางครั้งรถที่ตามมาข้างหลังคุณนั้นอาจไม่ประสงค์ดีก็ได้ ลองสังเกตดูว่า เขาตั้งใจขับมาเส้นทางเดียวกับคุณตลอดเวลาหรือเปล่า หรือว่าเขาใช้เส้นทางนั้นอยู่แล้ว อาจจะทดสอบง่ายๆด้วยการเปิดไฟสัญญาณเลี้ยวซ้าย ดูซิว่าเข้าจะแซงขึ้นไปหรือเปล่า ถ้าเขาไม่ยอมแซงควรระวังไว้ให้ดี ให้คุณพยายามขับไปในที่ชุมชนที่มีผู้คนพลุกพล่านแล้วจอดรถ ถ้าเป็นกลางคืนควรจอดในที่ๆมีแสงสว่างหรือจอดที่ป้อมตำรวจได้ยิ่งดี จะปลอดภัยกว่าครับ

ปัญหาต่างๆบนท้องถนนมีเยอะแยะมากมายสิ่งที่คุณควรต้องทำคือ ศึกษาเอาไว้บ้างว่าถ้าเกิดปัญหาขึ้นจริงๆคุณจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร จะช่วยลดความตกใจและทำให้เรามีสติมากขึ้นครับ

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=50234

ทำอย่างไรดีเมื่อตกงาน

shutterstock_130607660

คำว่า ตกงาน ไม่ได้มีความหมายว่า ทั้งชีวิตของคุณจะล้มเหลวหรือพังทลาย เพราะช่วงเวลาที่คุณจะพบกับคำนี้ในชีวิต เป็นเพียงบางช่วงจังหวะของชีวิตเท่านั้น ดังนั้น คุณจะต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ด้วยจิตใจที่เป็นนักสู้ของคุณ ซึ่งแนะนำว่า คุณสามารถใช้เทคนิคพิชิตการตกงาน ดังนี้

1.การทำใจยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น โดยคุณต้องทำความเข้าใจขึ้นสาเหตุที่คุณต้องเจอกับคำว่า         ตกงาน เช่น บริษัทเลิกจ้างคุณเพราะเหตุผลทางธุรกิจ ดังนั้นคุณจึงต้องถูกเลิกจ้างและประสบกับภาวะ               ตกงาน แต่ในกรณีแบบนี้ คุณจะได้รับเงินชดเชยจากการเลิกจ้าง ทำให้คุณจะมีเงินก้อนเพื่อใช้เป็นทุนตั้งหลักหรือเป็นทุนสำรองในการดำเนินชีวิต ก่อนที่จะหางานใหม่ได้ แต่เพื่อความปลอดภัย ระหว่างที่คุณยังหางานใหม่ไม่ได้ คุณต้องประหยัดค่าใช่จ่ายให้ได้มากที่สุด

2.คำว่า อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา คุณต้องจำให้ขึ้นใจโดยเฉพาะช่วงที่กำลังว่างงาน เพราะคุณควรที่จะหางานอะไรก็ได้ทำไปก่อนเพื่อให้คุณมีรายได้ แม้เป็นเพียงรายได้เล็กน้อยก็อาจจะช่วยลดภาระไปได้บ้าง

3.ใช้ช่วงเวลาที่คุณว่างงานให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยเริ่มจากการหันกลับมาใส่ใจดูแลสุขภาพของคุณทั้งทางกายและทางใจ เช่น คุณต้องปรับทัศนคติและมองโลกในแง่ดี คิดว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่คุณได้กลับมาชาร์จแบตและเติมเต็มทั้งความรู้ ความสามารถของคุณให้พร้อมสำหรับการทำงานใหม่ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณอาจไม่เคยได้มีเวลาใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองเลย เมื่อมีโอกาสระหว่างหางานใหม่ คุณอาจใช้เวลาในการออกกำลังกาย หรือ ไปเที่ยวพักผ่อน หรือ ทำบุญ หรือทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกในครอบครัว หรือไปพบปะสังสรรค์กับบรรดาเพื่อนๆ ในสังคมต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพราะงานใหม่ที่รอคุณอยู่อาจจะมากับเพื่อนๆ รอบกายคุณก็เป็นได้

4.เติมกำลังใจของตัวเองอยู่เสมอ ยิ่งในภาวะที่คุณว่างงาน จงให้กำลังใจตัวเองและคนรอบข้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในครอบครัวก็สามารถเป็นที่ปรึกษาทางใจให้คุณได้ เพราะทันทีที่คุณมีกำลังใจ คุณจะสามารถก้าวต่อไปได้ทุกสภาวะ

5.ค้นคว้าหางานที่คุณคิดว่า ใช่ แล้วเตรียมความพร้อมของคุณที่จะไปสมัครเพื่อให้ได้ทำงานที่คุณปรารถนา โดยเริ่มตั้งแต่เตรียมตัวเองในเรื่องความรู้ ความสามารถ บุคลิกภาพ และสำคัญที่สุด คือ ความมั่นใจในตัวเอง ห้ามท้อเด็ดขาด เพราะหากไปสมัครแล้ว ยังไม่ได้ ก็ต้องมุ่งมั่นสมัครงานต่อไปอย่างมีความหวัง บอกตัวเองทุกวันว่า คุณจะต้องได้ทำงานที่เหมาะกับคุณอย่างแน่นอน

6.การเรียนต่อ อาจเป็นอีกหนึ่งหนทางในการพัฒนาศักยภาพของคุณ หากคุณมีทุนในการเรียนต่อ แนะนำว่า ให้เลือกเรียนต่อในสาขาวิชาที่เป็นที่ต้องการของตลาดงาน หรืออาจจะเป็นการเรียนต่อในหลักสูตรระยะสั้น เพื่อเป็นการต่อยอดความรู้เฉพาะทางก็ได้ เพราะอาจเป็นอีกช่องทางให้คุณสามารถนำความรู้ที่ได้จากหลักสูตรนั้นๆ ไปประกอบอาชีพส่วนตัวก็ได้

จะเห็นว่า คำว่า ตกงาน ไม่ได้ทำให้ชีวิตของคุณต้องมืดมน เพียงแค่คุณเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส เพราะการตกงานในวันนี้ อาจจะนำมาซึ่งความสำเร็จในงานใหม่ๆ และมีชีวิตใหม่ๆที่สดใสกว่าเดิมก็ได้และทำให้คุณได้เติบโตขึ้นจากความผิดหวัง ขอเพียงคุณต้องมีสติ ก้าวผ่านจังหวะชีวิต ช่วงที่ต้องตกงาน ไปให้ได้เท่านั้นเอง

หากไม่ทำระบบการบัญชี จะส่งผลเสียต่อบริษัทอย่างไร

shutterstock_183257003

ข้อมูลทางการเงินที่สำคัญในการทำบัญชีควรจะถูกเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ และระบบสำรองข้อมูลหรือไว้ในดิสก์ที่สา มารถเคลื่อนย้ายได้ คุณจะได้มีที่เก็บข้อมูลมากกว่าหนึ่งแห่ง มีหลายบริษัทต้องปิดกิจการลงในเวลาอันรวดเร็ว นั่นอาจเป็นเพราะการบริหารจัดการทางการเงินไม่ดี ซึ่งทางบริษัทจะต้องมีผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบระบบการเงินอย่างสม่ำ เสมอ เพราะการละเลยและไม่ยอมวางแผนการเงินตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น อาจส่งผลทำให้ธุรกิจล้มเหลว แต่หากมีการทำระบบบัญชีที่ดีจะช่วยให้บริษัทเห็นเงินที่กำลังเสียไป และยังหาหนทางแก้ไขก่อนที่จะสายเกินไปอีกด้วย

ความสำคัญของการทำระบบบัญชี

ภาพลักษณ์ของระบบการเงินของบริษัท ถือเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่จะนำพาธุรกิจไปสู่ ความสำเร็จได้ ถือได้ว่าผลตอบ แทนอันคุ้มค่าของการเลือกเป็นเจ้าของกิจการ ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับความรับผิดชอบในการจัดทำระบบบัญชี เพราะระบบบัญชีที่ดีจะทำให้บริษัทสามารถควบคุมกิจการได้ดีขึ้นและมีกำไรมากขึ้นตามมา หากมีระบบบัญชีไม่ดี อาจจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลลามไปยังการดำเนินงานของธุรกิจในอนาคต และยังสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรต่อสายตาบุคคลภายนอกอีกด้วย

มุมมองทางด้านกฎหมายของการทำบัญชี

เจ้าของกิจการอาจจะเคยสงสัยว่า ทำไมต้องทำบัญชี เพราะหลายคนจดทะเบียนนิติบุคคล ที่ส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ เพื่อรับงานจากลูกค้า หรือในส่วนราชการ อาจจะไม่ทราบมาก่อนว่า กิจการเหล่านี้ต้องมีการทำบัญชีหรือทำไปเพื่ออะไร เหตุ ผลที่ต้องทำบัญชี มีมุมมองทางด้านกฎหมายคือ พ.ร.บ. การบัญชี 2543 ได้กำหนดไว้ให้ทำบัญชีและ มีหน้าที่ต้องจัดทำงบการเงินเพื่อเป็นการส่งต่อกรมพัฒนาฯ ภายในเวลา 5 เดือน หลังจากสิ้นรอบบัญชี และหากบริษัทไม่ทำบัญชีจะทราบได้อย่างไรว่าควรจะเสียภาษีเท่าใด และถูกต้องหรือไม่ เพราะกรมสรรพากรเองก็ได้กำหนดให้ต้องยื่นแบบ ภายใน 150 วัน หลังจากสิ้นงวดบัญชี ในกรณีของกิจการที่เสียภาษีจากกำไรสุทธิ

หากไม่ดำเนินการเรื่องการทำบัญชีจะมีผลอย่างไร ?

เพราะหากไม่ทำบัญชี กิจการจะทราบผลการดำเนินการได้อย่างไร หรือเมื่อไม่มีการจัดทำงบการเงิน การจะติดต่อดำเนิน การทางธุรกิจ ก็อาจจะไม่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นการยื่นขอกู้เงินกับธนาคาร โดยธนาคารจะต้องขอดูผลการดำเนินงาน ว่าสมควรจะพิจารณาปล่อยเงินกู้หรือ ไม่  ซึ่งการไม่ดำเนินการจัดทำบัญชี และทำการยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการ ค้าหรือกรมสรรพากร จะทำให้เสียค่าปรับ ซึ่งเป็นไปตามระยะเวลาที่ยื่นช้าทำให้ต้องเสียค่าปรับค่อนข้างสูง เจ้าของกิจการ ที่อยู่ในบังคับจะต้องจัดทำบัญชีตามกฎ หมาย และสมควรดำเนินการจัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=50139

อาหารประเภทแป้งคืออะไร ?

shutterstock_134067476

อาหารประเภทแป้ง คืออาหารที่เป็นประพวกคาร์โบไฮเดรต นั้นก็คืออาหารที่มีแป้งหรือว่าน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก ถือว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและมีคุณภาพเนื่องจากจัดเป็นอาหารหลัก 5 หมู่ตามโภชนาการอาหาร ร่างกายของคนเราจะต้องได้รับสารอาหารจากแป้งและน้ำตาลหรืออาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ประมาณ 45-65 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละวัน ซึ่งน้ำตาลจะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการเพิ่มพลังงานให้กับเม็ดเลือดแดงในร่างกายให้ทำการได้ดีขึ้น เพิ่มเติมพลังการทำงานของสมองให้ดีขึ้น ช่วยให้มดลูกแข็งแรง ช่วยให้ผู้มีครรภ์แข็งแรง โดยอาหารประเภทน้ำตาลนั้นก็พบได้ทั่วไป ส่วนใหญ่จะมาจากการปรุงรสหรือเป็นเครื่องปรุงในอาหารต่างๆ หากว่าเราทานมากเกินไปก็จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพ

อาหารประเภทแป้งนั้นสำคัญต่อร่างกายก็จริง แต่ว่าคนเราจำเป็นต้องได้รับกากใยอาหารจากอาหารประเภทผักและผลไม้ในแต่ละวันประมาณ 14 กรัมในการทานอาหาร 1000 กิโลแคลอรี่ ฉะนั้นแป้งหรือว่าน้ำตาล ที่ร่างกายได้รับมา ก็ควรเป็นสารอาหารที่มาจากธรรมชาติ ที่มีกากใยต่างๆ จะดีมากๆ เช่นแป้งที่มาจากธัญพืช หรือแป้งที่มีส่วนผสมของผักหรือว่าผลไม้ หรือว่าเราจะทานอาหารที่มีแป้ง, ข้าว และผักในแต่ละมื้อก็ได้เช่นกัน จะทำให้ร่างกายของเรานั้นได้รับใยอาหารมากกว่าเดิม

แม้ว่าอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลจำเป็นต่อร่างกาย แต่ว่าการปรุงอาหารด้วยน้ำตาลนั้นก็ไม่ควรที่จะทำให้หวานมากเกินไป ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดฟันผุได้ ทั้งนี้เราก็ต้องทำการดูแลสุขภาพฟันของเราให้ดี เพราะว่าอาหารฟันผุส่วนใหญ่มาจากอาหารที่มีความหวานจากน้ำตาลด้วยเช่นกัน ฉะนั้น เราควรทำความสะอาดปาก ด้วยการแปรงฟันหรือว่าบ้วนปากหลังจากทานอาหารเสร็จ เพื่อลดปัญหาสุขภาพปากสุขภาพฟัน

นอกจากแป้งแล้ว อาหารจำพวกถั่วก็อยู่ในหมูคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ซึ่งถั่วให้สารอาหารได้ทั้งสองอย่าง เป็นอาหารที่มีกากใยสูงเหมาะที่จะทานทุกๆสัปดาห์เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีและก็ต้องลดอาหารหวานๆจากพวกน้ำหวาน น้ำอัดลม และอาหารไม่มีประโยชน์ด้วย

ทริบประหยัด battery ของ Moto G (2014)

Moto G (2014) เป็น Smartphone อีกรุ่นหนึ่งที่มีระบบภายในตัวเครื่องที่น่าใช้งานมาก แต่หลายๆ ท่านที่ใช้งาน Moto G (2014) รุ่นน้ต่างก็พูกเป็นเสียงเดียวกันว่า ความจุของ battery ของรุ่น Moto G (2014) ตัวนี้ถือว่ามีความจุที่น้อยมาก โดยวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูกันว่าเราจะใช้งาน Smartphone ตัวนี้ได้อย่างไรให้ระบบภายในนั้นกินทรัพยากรของ battery ของ Moto G (2014) ตัวให้น้อยที่สุด เพื่อช่วยรักษา battery ของตัวเครื่องไม่ให้หมดก่อนที่เราจะกลับถึงบ้าน

IMG_20140924_123904-1940x1435

ปิดการ sync ต่างๆ ภายในตัวเครื่อง

โดยปรกตินั้นเพื่อนๆ ที่ใช้งานจะไม่ทราบเลยว่าแอปพิเคชั่นภายในเครื่องของเรานั้นทำการ sync ข้อมูลกับ Server อยู่ตลอดเวลา โดยแอปพิเคชั่นบางตัวนัน้เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปิดให้  sync ข้อมูลอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่นบริการต่างๆ ของทาง Google อย่าง Google Fit data, Google Play book, Google Play Music เป็นต้น เพราะฉะนั้นเราควรปิดการ sync บริการที่ไม่จำเป็นของทาง Google ออก โดยเข้าไปที่ Settings

ย่างอาหารอย่างไรให้ห่างไกลจากการเป็นมะเร็ง

shutterstock_132769343

แต่ละคนมักจะชื่นชอบกับการรับประทานอาหารปิ้งย่าง ซึ่งสังคมในปัจจุบันนี้หลากหลายคนก็ต้องรู้จักกันดีว่าเมื่อมีสีดำ ๆ เกาะอยู่บริเวณอาหารที่กำลังปิ้งย่างกันนั้น อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้เกิดมะเร็งได้ แต่เนื่องด้วย ความหอมและความอร่อย ก็ยังเห็นมีผู้คนให้ความสนใจในการรับประทานกันอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีในการย่าง ที่ทำให้สามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคมะเร็งได้ เพื่อเป็นการดำรงชีวิตที่ดีต่อไป

วิธีในการย่าง

ควรเตรีมน้ำที่หมักาเพื่อสุขภาพที่มะนาว หรือไวน์ รวมไปถึงสมุนไพรต่าง ๆ ซึ่งน้ำหมักสุขภาพนี้ จะมีส่วนผสมหลากหลายอย่างด้วยกัน แต่ถ้าจะให้ดีต่อสุขภาพ ควรจะมีการใช้ซอสถั่วเหลือ เป็นส่วนผสมหลัก ๆ โดยที่จะมีการเพิ่มความหวานด้วยกันใช้น้ำผึ้ง สำหรับเนื้อสัตว์ที่นำมาย่างนั้น จะต้องเป็นปลา หรืออาหารทะเล ถ้าคุณเองเห็นว่ามีส่วนที่เป็นไขมันของเนื้อสัตว์ก็ควรตัดออกเสียก่อน ก่อนที่จะนำไปวางไว้บนเตา และการย่างนั้น ควรวางไว้บริเวณตรงกลาง เพื่อที่จะทำให้สุกแบบง่าย ๆ และได้ทั่วถึงกัน แต่ต้องเปิดไฟอ่อน ๆ หลักจากนั้น ก็ควรที่จะมีผักเสิร์ฟ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสุก หรือดิบ เช่น แตงกวา แครอท หรือมะเขือเทศ จะต้องเป็นผักที่ปลอดสารพิษห่างไกลจากยาฆ่าแมลงอีกด้วย

เพราะฉะนั้นคุณควรหันมาดูแลสุขภาพ และทำการเปลี่ยนวิธีการย่างให้เป็นไปในตามที่ได้มีการแนะนำไว้ นอกจากจะมีการสร้างนิสัยให้เกิดการรักษาสุขภาพกันแล้ว ยังจะสามารถช่วยให้คนในครอบครัวห่างไกลจากโรคต่าง ๆ ได้ดีเช่นกัน เพราะฉะนั้นหากคุณคอยดูแลสุขภาพคนในครอบครัวและตัวเอง ก็ย่อมจะทำให้เกิดความสุข และห่างไกลจากการเป็นโรคต่าง ๆ ได้ เพียงเท่านี้คุณเองก็สุขใจเช่นเดียวกัน
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=50534

วิธีกินของหวานไม่อ้วน

shutterstock_176981489

การรับประทานของหวานไม่อ้วน ซึ่งดูว่าเป็นวิธีที่ยาก กับการรับประทาน เนื่องจากของหวานทุกตัวมักจะมีน้ำตาลเป็นหลัก ทำให้คุณสาว ๆ ไม่กล้าที่จะรับประทานกันมากนัก ทำให้มีการหลีกเหลี่ยงในการรับประทานของหวานกันเป็นอย่างมาก แต่วันนี้เรามีวิธีการรับประทานของหวานแล้วไม่อ้วนกันมาฝาก ซึ่งของหวาน ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ทุกคนอาจจะคาดความหวานกันไม่ค่อยได้ แต่ในการรับประทานอย่างไรนั้น ที่จะไม่อ้วน โดยจะมีเคล็ดลับแบบง่าย มานำเสนอ

เคล็ดลับการรับประทานของหวาน

– ควรที่จะรู้แคลอรี ก่อนที่จะตัดสินใจรับประทาน โดยอาจจะดูจากฉลากเสียก่อน ถ้ามีปริมาณมากเกินไป ก็ควรที่จะเลือกรับประทานจะดีกว่า

การลดแคลอรี โดยการตัดน้ำตาล หรือครีมออกจากขนม หรือไม่ควรใส่กะทิในขนมหวานเลย จะสามารถช่วยลด ได้ 81-150 แคลอรีกันเลย

ดื่มชาเขียว หรืออาจจะเป็นกาแฟ ในมื้อหลังของนขนมหวาน เพื่อเป็นการกระตุ้นการเผาผลาญร่างกาย หากคุณเองต้องการเพิ่มรสชาติก็สามารถใส่น้ำตาลเทียมแทนได้

หลังจากที่รับประทานขนมหวานเสร็จไม่ควรนั่งอยู่กับที่ ทางที่ดีควรเดินรอบบ้าน ซึ่งเป็นวิธีในการออกกำลังอีกรูปแบบหนึ่ง อย่างน้อยเพียง 15 นาที ก็สามารถทำให้คุณสาว สามารถลดไขมันได้เช่นกัน และสามารถย่อยอาหาร และปกป้องไม่ให้ไขมันไปสะสมในร่างกายบริเวณหน้าท้องได้อีกด้วย

เพราะฉะนั้น ทางที่ดีควรออกกำลังกาย เพื่อเป็นการเผาผลาญร่างกายให้ห่างไกลจากน้ำตาล ที่สะสมอยู่ในร่างกายได้นั่นเอง เพราะฉะนั้นหากคุณสาว ๆ อยากจะรับประทานขนมหวาน ก็สามารถรับประทานกันได้เลย แต่ถ้าคุณอยากให้เผาผลาญได้มาก ก็ต้องออกกำลังกายอยู่บ่อย ๆ เพื่อให้ร่างกายห่างไกลไขมันและน้ำตาลที่จะสมในร่างกายก็เป็นได้  และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคุณสาว ๆ ที่อยากจะรับประทานของหวาน

วิธีคืนความงามให้ผิวพรรณด้วยนิทราบำบัด

shutterstock_285177485

ทุกวันนี้คุณสามารถนอนได้วันละ 8 ชั่วโมงเหมือนที่ตำราสุขศึกษาแนะนำรึเปล่า น้อยคนนักที่เป็นวันทำงานจะสามารถนอนได้เต็มเวลาที่ควรจะเป็นเวลาพักผ่อน เรามักมีเหตุผลดีๆให้ตัวเองเสมอ เช่น งานที่ค้าง ละครที่ชอบ กิจกรรมที่โปรด กระทั่งเราต้องสละเวลานอนเพื่อแลกกับหลายๆอย่าง คุณคิดว่าร่างกายจะอะลุ่มอล่วยให้คุณสักเท่าไหร่ แน่นอนว่าถึงจุดหนึ่งร่างกายจะฟ้องคุณว่าถึงเวลา shutdown แล้วนะ เพราะการนอนสำคัญกว่าที่หลายคนเข้าใจ หากคุณนอนไม่พอภูมิคุ้มกันร่างกายของคุณจะด้อยลง โรคภัยหลายอย่างจะจู่โจม อารมณ์ของคุณจะแปรปรวน สมาธิในการทำงานก็ติดขัด สิ่งเหล่านี้อาจไม่กระตุ้นให้คุณกลับมาให้สำคัญกับการนอน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นเป็นหลักฐานชัดๆคือ ผิวพรรณที่ไม่เปล่งปลั่ง ถึงแม้คุณจะใช้ครีมบำรุงราคาแพงเพียงใด ผลร้ายนี้คงจะพอที่จะฉุดสาวๆให้มาให้ความสำคัญกับการนอนได้แล้วนะคะ

เมื่อคุณไม่นอนผิวของคุณก็ไม่ได้พักผ่อนตามไปด้วย นั่นเพราะว่าในขณะที่คุณนอนระบบต่างๆในร่างกายของคุณได้พักผ่อนไปด้วย ในขณะที่ผิวหนังที่สึกหรอก็จะได้รับการซ่อมแซมเซลล์ ร่วมกับที่ร่างกายจะหลั่งสารเมลาโทนิน(Melatonin) ที่มีผลในการควบคุมการนอนหลับและปกป้องเซลล์ผิวหนังจากสารอนุมูลอิสระต่างๆ หากคุณไม่ยอมนอนการทำงานของร่างกายและผิวพรรณจะด้อยลง คุณยังจะสูญเสีย Growth hormone ที่จะมีหน้าที่ในการสร้างสมดุลของระบบการเผาผลาญอาหาร และซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ทำให้ผิวพรรณเกิดการเหี่ยวย่นหย่อนคล้อย

รู้อย่างนี้แล้วคุณสาวๆควรมาใส่ใจกับการจัดสุขภาวะที่ดีเพื่อให้การนอนของคุณส่งผลดีต่อร่างกายและใช้นิทราบำบัดเป็นเครื่องมือคืนความงานของผิวพรรณกันใช่ไหม ทำอย่างไรจึงจะหลับและหลับอย่างเป็นสุข วันนี้เราเอาข้อมูลดีๆมาฝากกันคะ

เริ่มจากการกำหนดเวลานอนในแต่ละวันคือ 8 ชั่วโมงนั่นหมายถึงคุณต้องจัดการธุระของคุณให้เสร็จภายในสี่ทุ่ม รองจัดตารางงานและกิจกรรมของคุณให้ลงตัวเพื่อเพิ่มเวลานอนให้ตัวคุณเอง

ต่อมาการสร้างบรรยากาศการนอนที่ดีจะส่งเสริมให้การหลับของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเลือกที่นอนที่เหมาะสมกับสรีระและรักษาความสะอาดของเครื่องนอนเป็นแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจ การใช้ไฟสีนวลตาในห้องนอน ลดการใช้แสงสว่างก่อนเวลานอน งดการใช้เครื่องมือสื่อสารก่อนนอน เพิ่มกลิ่นหอมอ่อนๆให้ห้องนอนด้วยน้ำมันหอมระเหย ก็ช่วยได้อีกทางหนึ่ง

กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขหรือ Endorphin ออกมาก่อนนอนด้วยการหากิจกรรมที่มีความสุขและให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เป็นอีกอย่างที่ทำให้นิทรานี้ของคุณมีความสุข

เมื่อคุณหลับ ผิวพรรณได้พักผ่อน ความงามที่ไม่ต้องลงทุนจะกลับมาสู่คุณอีกครั้งอย่ารอให้ร่างกายฟ้องคุณด้วยโรคร้ายจงแบ่งเวลาในชีวิตให้สมดุลพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อความงามจากภายในจะได้ส่งผลถึงภายนอก

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=52356

อาหารอะไรเอ่ย ?? ยิ่งกินก็ยิ่งหิว [ ตอนที่1 ]

shutterstock_126279959

คุณเคยเป็นไหมค่ะ ถ้าหิวมากๆเราจะมีอาการอยากกินนู้นอยากกินนี่ แล้วก็ไม่รู้ว่าของที่กินเข้าไปจะทำให้เราหิวมากยิ่งขึ้นหรือเปล่า วันนี้จะมาชวนคุณมาอัพเดตอาหารที่กินแล้วยิ่งทำให้คุณรู้สึกว่าหิวยิ่งขึ้นค่ะ มีอะไรบ้างนั้นมาลองติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ

  1. พิซซ่า

ใครๆก็รู้ว่าพิซซ่ามีคาร์โบไฮเดรตเยอะเพราะว่าทำมาจากแป้ง และนอกจากนี้ยังมีชีส และน้ำมัน และที่สำคัญยังมีสารกันบูดอีกด้วยนะค่ะ ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดและความสามารถในการผลิตฮอร์โมนควบคุมความอิ่มลดลง ซึ่งจะทำให้หิวเร็วขึ้นนั่นเองค่ะ

  1. ซีเรียล

ถึงแม้จะเป็นอาหารที่เหมาะที่จะกินช่วงเช้า เพราะง่ายต่อการเตรียมแต่แต่การกินซีเรียลในมื้อเช้านั้นจะทำให้ระดับอินซูลินในร่างกายผันผวน ซึ่งจะส่งผลให้ระบบการเผาผลาญน้ำตาลมีประสิทธิภาพน้อยลง ทำให้ร่างกายเกิดอาการเพลียและหิวง่ายค่ะ

  1. น้ำตาลเทียม

ถึงแม้จะช่วยในเรื่องของลดความอ้วนในน้ำตาลได้แต่สารที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลนี้จะไปกระตุ้นเซลล์สมองให้รู้สึกเหมือนเรากำลังกินน้ำตาลอยู่ จะส่งผลให้เราหิวง่ายขึ้นค่ะ

  1. ขนมปังขาว

ขนมปังขาวทำมาจากแป้งสาลีนะค่ะ แต่ได้ถูกสีและแปรรูปจนไฟเบอร์หลุดออกไปหมดแล้ว จึงแทบไม่เหลือกากใยของอาหารเหลืออยู่เลยซึ่งคุณไม่ต้องแปลกใจเลยนะค่ะว่าทำไมยิ่งกินก็ยิ่งหิวอยู่

  1. ซูชิ

ในซูซิจะประกอบด้วย ข้าวเป็นส่วนมากจึงไม่แตกต่างอะไรเลยกับขนมปังขาว เวลาที่กินเข้าไปก็จะย่อยเร็วแล้วทำให้คุณหิวเร็วกว่าเดิมนั่นเอง

ถ้าไม่อยากอ้วนหรือต้องกินอาหารบ่อยๆ พยายามหลีกเลี่ยงนะค่ะ

พรุ่งนี้กลับมาติดตามอ่านในตอนที่ 2 กันค่ะ